หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตือนต้องร่างรธน.ตามความหวังปชช. แนะไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่อะไรดีควรเก็บไว้ ย้ำปชช.มีส่วนร่วม
เมื่อเวลา 10.10 น ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กำลังจะมีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเริ่มต้นอย่างไร ว่าตนคิดว่า หน้าที่ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน ซึ่งคือเรื่องการนำประเทศไปสู่การปฏิรูปโดยไม่ทิ้งหลีกประชาธิปไตย คณะกรรมการชุดนี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ สามารถที่จะดึงสิ่งที่ดี ๆ ที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.)ไม่เห็นชอบ แม้กระทั่งบทบัญญัติในปี 40 -50 ที่ไม่มีปัญหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหากเราต้องเริ่มเขียนใหม่หมดตั้งแต่บทบัญญัติในทุกหมวด เราก็ต้องเสียเวลามาก เพราะฉะนั้นเอาแต่จุดที่เป็นปัญหาแล้วให้เวลา โดยให้สังคมมีส่วนร่วมเป็นกระบวรการที่โปร่งใส ว่าน่าจะช่วยให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับที่สังคมต้องการ และจะผ่านได้อย่างราบรื่น
ถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเข้ามาต้องมีความคิดตรงกับที่คสช.ต้องการนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเมื่อคสช.ประกาศที่จะปฏิรูป เพราะฉะนั้นหากยึดในเรื่องการปฏิรูปจริง ๆ ก็คงไม่น่ามีปัญหา เพียงแต่ว่า การที่พูดเรื่องการปฏิรูปเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว มันต้องมีความเป็นรูปธรรมในเนื้อหาสาระ ถ้าเราพูดเป็นหัวข้อหรือเฉพาะคำว่าปฏิรูป มันก็จะไม่มีความก้าวหน้าจะกลายเป็นการอ้างอิงลอยมากกว่า
ต่อข้อถามที่ว่าวันนี้รายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่สำคัญเท่าสาระของการปฏิรูปนั้น นายอภิอิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมองว่ากระบวนการจะสำคัญและเราอย่าลืมว่าตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ร่างรธน.ฉบับนี้ก็ต้องผ่านการทำประชามติ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามคนที่จะให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายคือประชาชน กรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องตระหนักตรงนี้ ตอนนี้กระบวนการของฉบับเดิมจบไปแล้ว กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมาว่ากันใหม่
ถามว่ากับการอ้างเรื่องอำนาจพิเศษไว้ 5 ปีควรจะต้องทบทวนหรือไม่ หน.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กลไกที่จะมาช่วยกำกับดูแลรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ไม่ให้ใช้อำนาจในทางที่ผิดนั้น จำเป็น แต่การเขียน หรือ การระบุกลไก วิธีการ หลักการ ประเด็นของการกำกับดูแล มันจะต้องมีความชัดเจน ปัญหาของคณะกรรมาการปฏิรูปปรองดองฯ(คปป.) ที่เขียนไว้คราวที่แล้วคือ ไม่ระบุถึงประเด็นรายละเอียดเลย แต่กลายเป็นการให้อำนาจลอย ๆ มันก็เลยเกิดปัญหาขึ้นตนเข้าใจว่าเรื่องนี้เข้าในช่วงท้าย ๆ แล้วของคณะกรรมาธิการฯ จึงไม่อาจทำให้นำมาพิจารณารายละเอียด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความจริงเรื่องนี้มีมาตั้งแต่ต้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ แต่ตัวร่างแรกก่อนที่จะมีการทบทวนก็ไม่มี การพิจาณาหลังจากนั้นก็ไม่มี ก็เลยเป็นปัญหาขึ้น ตนเข้าใจในข้อห่วงใยว่า 1. ไม่ต้องการให้กลับไปสู่สภาพของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจในทางที่ผิด 2. เข้าใจความห่วงใยว่าหากเกิดความวุ่นวายในสังคมอีกและเกิดความขัดแย้ง เราไม่อยาก จะย้อนกลัมาที่จุดนี้ เพราะฉะนั้น ตัวความห่วงใย ตนคิดว่าเป็นความห่วงใยที่มีเหตุมีผล แต่การคิดแก้ปัญหาต้องละเอียดรอบคอบ และมีหลักการที่ชัดเจนกว่าคราวที่แล้ว
ต่อข้อถามที่ว่า วิธีการลดความขัดแย้งและไม่นำไปสู่ความรุนแรงอีกคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้มี คปป. ตนก็ยังไม่ชัดเจนว่า คปป.จะใช้อำนาจกับอะไรกับสถานการณ์ที่ผ่านมา ตนยังเชื่อมั่นว่า ถ้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สามารถถูกตรวจสอบ มีกลไกที่ระงับยับยั้งไม่ให่ใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ อย่างเช่นที่ผ่านมา เรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ตนก็ยังมองว่ามันก็จะไม่บายปลายรุนแรงขัดแย้งอย่างนั้น แต่ว่าถ้าเป็นการกระทำของกลุ่มคนที่จ้องทำให้เกิดผลกระทบทางด้านความมั่นคงตามจริงแล้วกฏหมายและกฏอัยการศึกก็รุนแรงเพียงพอที่จะจัดการได้
เมื่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า คสช.ควรรับฟังความเห็นจากหลายฝ่ายมากกว่านี้หรือไม่ หน.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตัวคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วทำให้เกิดความหลากหลายมีความโปร่งใสทำให้คนมีส่วนร่วมก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในเรื่องของแรงกดดันก็คงจะมีอยู่แล้วและคงไม่มีใครอยากที่จะต้องมาทำร่างที่ 3 กันอีก เพราะฉะนั้น ต้องทำให้ดี และการที่บอกว่าจะต้องทำประชามติก็จะเป็นตัวบอก กรธ.ว่าต้องสามารถทำให้ประชาชนยอมรับร่างนี้ได้
ส่วนคุณสมบัติ ของคนที่จะมาเป็นกรธ.ควรเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ควรที่จะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย แต่ที่สำคัญคือต้องเข้าใจปัญหาที่ผ่านมาและมีใจที่จะปฏิรูป พร้อมรับฟังความคิดเห็นสามารถทำให้เกิดรัฐธรรมนูญ ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
ต่อข้อถามที่ว่ามั่นใจแค่ไหนหากหน.คสช.เลือกมาแล้วจะเป็นที่ยอมรับ เพราะที่ผ่านมาก็เลือกมาเองยังมีปัญหาเมื่อร่างรธน.แล้วกลับไม่ผ่าน นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า คราวที่แล้วที่เป็นคณะกรรมาธิการฯ ก็เข้าใจว่า ไม่มีการมาตำหนิในเชิงบุคคลเท่าไร เพราะจริง ๆ แล้วตอนที่ไปทบทวนร่างก็มีหลายเรื่อง ที่ดูว่ามีการรับฟัง แต่มาเกิดประเด็นแทรกซ้อนในช่วงท้าย ที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ตนมองว่าถ้าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และพิสูจน์ได้ด้วยการทำงานว่าเขาพร้อมที่จะเปิดกว้าง พร้อมที่จะรับฟังความเห็น แสดงเหตุ แสดงผล ในแต่ละเรื่องตนถึงได้พยายามเรียกร้องว่า ขณะนี้ลดการถกเถียงทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะเห็นว่ามีการหยิบยก เรื่องเงื่อนเวลา เอาปีโน้นปีนี้มา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้คือทำอย่างไรที่จะสร้างจุดร่วมของการร่างรัฐธรรมนูญที่มีการปฏิรูป และต้องลดวาทะกรรมว่าจะทะเลาะกัน เรื่องนักการเมืองกับเผด็จการ มันไม่มีประโยชน์ เอาเรื่องเนื้อหาสาระของบ้านเมืองมาว่ากันดีกว่าว่าปัญหาเดิมคืออะไร จะแก้อย่างไร ของดีที่ดีอยู่แล้วอย่าไปยุ่งกับมัน ก็จะไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรธ.ที่ตั้งขึ้นเป็นแค่ผู้ปฏิบัติ เพราะคนที่กำหนดคือ คสช.ดังนั้น คสช.ควรที่จะกำหนดให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร คนไทยจะได้รู้ ว่าทิศทางของประเทศคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าในเวลาที่เหลืออยู่ก็จะต้องทำให้ชัดเจนว่า เป้าหมายของการปฏิรูป วิธีการของการปฏิรูปคืออะไร เพราะอันนั้นจะเป็นตัวนำว่าการเขียนรัฐธรรมนูญที่จะมารองรับคืออะไร
“ ตั้งโจทย์ให้ชัดไปเลย อย่างเรื่องการเมืองก็ว่าไปเลย เรื่องการซื้อเสียง พรรคการเมือง เป็นของใคร นายทุนหรือไม่อย่างไรก็ว่าไป เราจะได้มีคำตอบที่ชัดเจน แล้วจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการปฏิรูปที่กลัวว่า จะไม่เกิดขึ้นถ้าสร้างเป็นสัญญาประชาชนและให้ประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าตนยืนยันมาตลอดว่าการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเข้ามาเป็นเจ้าของ เพราะอย่างไรก็คงไม่เสร็จในระยะเวลาสั้น ๆ ถ้ากระแสสังคม ประชาชนมีความห่วงแหน ประเด็นของการปฏิรูปที่ชัดเจนมันจะเกิดขึ้น การปฏิรูปในแต่ละด้าน ถ้าเขียนหลักการเป็นรูปธรรม อยู่ในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญต้องไปผ่านประชามติ ก็จะเป็นวิธีการหนึ่งที่สร้างหลักประกันได้ ตนยกตัวอย่างเสมออย่างเช่นเรื่องปฏิรูปตำรวจ ร่างแรกเขียนชัดเจนมาก ว่า จะกระจายอำนาจ จะเอาระบบคุณธรรมเข้ามา จะแยกระบบสอบสวน ตนมองว่าอย่างนี้มันชัดแต่ถ้าบอกว่าให้มีการปฏิรูปตำรวจ แต่ให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯที่จะมาบอกอีกทีว่า จะปฎิรูปอย่างไรตรงนี้เลย ดูแล้วไม่มีหลักประกันอะไรเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะถ้ามีเนื้อหาสาระอยู่ในตัวร่าง ประชาชนเห็นชอบผ่านการประชามติรัฐบาลชุดต่อไปถ้าไม่ทำก็ถือว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมันก็เป็นหลักประกัน





