"พล.อ.ประวิตร"แจงครม.ผลการเยือนจีน ยันยังต้องการ"เรือดำน้ำ" แต่ต้องทำความเข้าใจประชาชนก่อน พร้อมขอลดดอกเบี้ยรถไฟจาก4%เหลือ2%
แหล่งข่าวระดับสูงจากรัฐบาลเปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รายงานผลการนำคณะเดินทางไปราชการที่สาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่2 – 5กันยายน ที่ผ่านมาให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบแล้วเมื่อวันอังคารที่8กันยายน โดยในรายงานระบุว่าพลเอกประวิตรได้เข้าร่วมกิจกรรมรำลึก70ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน และได้เข้าเยี่ยมคำนับนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน
โดยพลเอกประวิตร ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีจีนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ พร้อมทั้งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนว่ามีความราบรื่นมาโดยตลอด โดยปีนี้2558เป็นปีที่ครบรอบ40ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน และพลเอกประวิตรยังได้กล่าวเห็นด้วยกับแนวความคิดของจีนเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเล ซึ่งสอดรับกับการส่งเสริมเครือข่ายทางด้านคมนาคมของไทยโดยรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะให้โครงการความร่วมมือระหว่างไทยและจีนภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของไทยสามารถเริ่มก่อสร้างโดยเร็ว พร้อมทั้งขอลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิมร้อยละ4เป็นต่ำกว่าหรือเท่ากับร้อยละ2
รายงาน ยังระบุด้วยว่า สำหรับการหารือถึงความร่วมมือด้านการสินค้าเกษตรไทยและจีนนั้น รองนายกฯขอบคุณจีนที่ให้ความช่วยเหลือแก่ไทย โดยกล่าวถึงความคืบหน้าว่าข้าวสัญญาเก่า1ล้านตันได้ส่งมอบแล้ว5แสนตัน ขอให้ฝ่ายจีนเร่งรัดการรับมอบข้าวที่เหลืออีก5แสนตัน ส่วนข้าวสัญญาใหม่2ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวใหม่1ล้านตัน จะมีการลงนามสัญญาซื้อขายในเดือนกันยายน2558และข่าวในสต็อค1ล้านตัน โดยจะเปลี่ยนเป็นข้าวใหม่แทน ส่วนยางพาราขอให้เร่งรัดการลงนามในสัญญาซื้อขาย นอกจากนั้นได้ขอให้ฝ่ายจีนเร่งรัดขั้นตอนการตรวจสอบกักกันโรคและสุขอนามัยสำหรับการนำเข้ารังนกไทยไปจีน โดยนายหลี่ เค่อเฉียง ได้ขอให้การดำเนินการความร่วมมือด้านการสินค้าเกษตรและรถไฟมีความคืบหน้าไปพร้อมๆกัน
รายงานระบุอีกว่า จากนั้นพลเอกประวิตรและคณะได้เข้าเยี่ยมคำนับพลอากาศเอกสวี่ ฉี เลี่ยง รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยพลเอกอากาศเอกสวี่ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมรำลึกฯว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนและประชาชนทั่วโลกยึดมั่นในสันติภาพ โดยประธานาธิบดีจีนได้เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจีนจะแข็งแกร่งเช่นใดจะไม่แสวงหาความเป็นใหญ่ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องว่าไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเป็นอย่างยิ่ง
โดยเป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดของประเทศที่มีการปกครองที่ต่างกัน ซึ่งพลอากาศเอกสวี่ เห็นว่าความร่วมมือระหว่างไทยและจีนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสันติภาพในภูมิภาค โดยมีการพัฒนาความร่วมมือในหลายด้าน อาทิ การคมนาคม ความมั่นคง และการค้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน พร้อมทั้งกล่าวยินดีและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศเพื่อการพัฒนากองทัพ โดยเฉพาะเรื่องเรือดำน้ำที่พลเอกประวิตรยืนยันถึงความต้องการในการจัดหาเรือดำน้ำ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงเหตุผลในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ดังกล่าว
จากนั้นพลเอกประวิตร ได้เข้าเยี่ยมคำนับนายเมิ่ง เจี้ยน จู้ สมาชิกกรมการเมือง หัวหน้าคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมายคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งโอกาสนี้พลเอกประวิตรได้แสดงความเสียใจต่อเหตุระเบิดบริเวณย่านราชประสงค์เมื่อวันที่17สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้มีชาวจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันที่จะดูแลเยียวยาอย่างดีที่สุด พร้อมทั้งกล่าวถึงความคืบหน้าในการจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษว่าในชั้นต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุได้แล้ว และจะขยายผลการสืบสวนเครือข่ายผู้ก่อเหตุต่อไป โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและหารือกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอบคุณที่จีนยังคงให้การสนับสนุนให้ชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
ซึ่งโอกาสนี้นายเมิ่ง เจี้ยน จู้ กล่าวว่ายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆแก่รัฐบาลไทยในการจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี อาทิ การตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคและการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ที่มีความเกี่ยวพันกับชาวจีน ทั้งนี้ฝ่ายไทยเสนอให้หน่วยงานทั้งไทยและจีนร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในอนาคต และดำเนินการอย่างจริงจังในการปราบปรามเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ





