ตร.รวบแก๊งลักวัวพันธุ์ ทำทีมาติดต่อซื้อวัวราคาสูง ก่อนหนีหาย1-2เดือน หวนกลับกลางดึกขนขึ้นรถกระบะ นำไปซ่อนเตรียมขายสู่ตลาด ขโมยแล้วกว่า10ตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ นำโดยพ.ต.อ.กนิษฐ ประสานสุข ผกก.สภ.ดอยเต่า พ.ต.ท.ศักราช สรรพานิช รองผกก.สส.ฯ ,พ.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์ดีแก้วสกุล สว.สส.ฯพร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัวนายสุทา ปันล้อ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 ม.6 ต.ตะเคียนปม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน และนายบุญจู เตจ๊ะบุตร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 16 ต.แม่ตื่น อ.ลี้ จ.ลำพูน ในคดี“ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นโคกระบือของผู้ประกอบอาชีพกสิกรรมในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร”พร้อมด้วยของกลาง วัวพันธุ์บราห์มัน เพศผู้จำนวน 2 ตัว และรถกระบะ จำนวน 1 คัน
พ.ต.อ.กนิษฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยเต่า ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามีแก๊งลักวัวออกอาละวาดในพื้นที่บ้านโท้ง หมู่ 2 ต.บงตัน อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ โดยได้ขโมยวัวของผู้เสียหายไปจำนวน 2 ตัว เป็นวัวเพศผู้ พันธุ์บราห์มัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้ายโดยตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด ตามโครงการ “police eye” จนสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ คือ นายบุญจู ได้ที่บ้าน พร้อมด้วยของกลางวัวเพศผู้พันธุ์บรามันห์ และรถกะบะที่ใช้ในการขนวัวที่ขโมยไปจากพื้นที่ อ.ดอยเต่า จึงได้ดำเนินการควบคุมตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวน นายบุญจู รับสารภาพว่าตนกับนายสุทา ได้ร่วมกันขโมยวัวจริงโดยได้นำวัวที่ขโมยมาซ่อนไว้ที่บ้านของตน จ.ลำพูน เพื่อเลี้ยงไว้อีกประมาณ 1- 2เดือนและจะทำการจำหน่ายสู่ตลาดคนซื้อวัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบขยายผลจับกุมตัวนายสุทา จนสามารถควบคุมตัวได้ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของนายสุทา พบว่ามีพฤติกรรมที่ในลักษณะลักเล็กขโมยน้อยมานาน โดยก่อเหตุลักทรัพย์และขโมยวัวกว่า 10 ตัวมาแล้วในหลายพื้นที่ี่จนกระทั่งถูกจับกุม
สำหรับพฤติกรรมของแก๊งลักวัวรายนี้จะออกตระเวนทำทีเป็นพ่อค้าซื้อวัว หากพบวัวที่สนใจจะเข้าไปสอบถามราคาวัวจากเจ้าของวัวแล้วทำการตกลงราคาซื้อขายในราคาที่สูง แต่สุดท้ายก็จะไม่ทำการซื้อขาย จากนั้นผู้ต้องหาจะหายไปประมาณ 1-2 เดือนให้เหยื่อตายใจแล้วกลับมาขโมยวัวอีกครั้งหนึ่ง โดยจะอาศัยช่วงเวลากลางดึก เข้าไปขโมยวัวนำขึ้นรถกระบะขับหนีไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายในหลายพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





