นายกฯระบุไม่อยากเขียนรธน.ด้วยตัวเองเดี๋ยวเดือดร้อน ด้าน"นิกร"แนะร่างรธน.ใหม่ แก้ปัญหาขัดแย้งเก่า "กปปส."แนะยกร่างฯเนื้อหาปฏิรูปต้องชัด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่2ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ตอนหนึ่งว่า
"ผมเข้าใจดีว่าปัญหาที่ผ่านมา ปัญหาทับซ้อนหลายอย่าง สิ่งสำคัญคืออำนาจในการบริหารราชการ อำนาจในการปกครองของข้าราชการจากฝ่ายการเมือง มันยังมีอยู่ ทราบดีว่าข้าราชการหลายคนอึดอัด จากการทำบางสิ่งบางอย่าง ทำให้คนดีๆ อยู่ไม่ได้ ส่วนคนที่อยู่ได้คือคนที่ต้องทำตามเขา แม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ เพราะเป็นอำนาจจากการปกครองของผู้บังคับบัญชา ผมถึงได้บอกว่าถ้าหัวข้างบนมันทำดี ตรงกลางและท้ายก็ต้องดี ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ผมจึงอยากฝากให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ แต่ละองค์กรและประเทศมีความเข้มแข็งที่ยั่งยืนอย่างไรต่อไป และคงไม่ใช่เพราะผม เพราะผมไม่ใช่เทวดา หรือจะชี้อะไรทุกอย่างไร แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน อำนาจทุกอย่างของประเทศอยู่กับประชาชน ผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น อำนาจหน้าที่ของผมที่ทุกคนกล่าวหาว่าผมอยากจะสืบทอดนั้น ความจริงแล้วคือการสืบทอดอำนาจของประชาชน ไม่ว่าการเลือกตั้งที่ถูกต้อง เข้าใจระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง และสนับสนุนรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ตรงนี้ ถือเป็นหน้าที่ของผม ผมไม่ได้ต้องการที่จะอยู่ไปจนกระทั่งแก่ เพราะทุกวันนี้ก็แก่พออยู่แล้ว อยากพักผ่อนเต็มที แต่ในเมื่อมันมาแล้ว และยังไปไหนไม่ได้ในตอนนี้"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีปัญหาวุ่นวายหลายประการทั้งเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต่างๆ มากมายไปหมดจนทุกคนลืมไปหมดว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน มีการบริหารราชการแผ่นดินโดยใคร พอทุกอย่างจะสงบเรียบร้อยก็ตีกันขึ้นมาอีก ถ้าอยากกลับไปอยู่ในบรรยากาศ ก่อนวันที่ 22พ.ค.57อีก ก็เอาไม่ว่าอะไร
นายกฯ กล่าวอีกว่า การร่างรัฐธรรมนูญ ต้องหาปัญหาและสาเหตุก่อน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อการบริหารด้วยอะไรสักอย่าง หรือด้วยกฎหมายสักช่วงเวลาหนึ่งดีกว่าหรือไม่ หรือจะเป็นประชาธิปไตยเลยทีเดียว นี่คือเหตุผลว่าทำไมร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าบอกว่าให้ทำสำเร็จเลยเดียวแล้วเลือกตั้ง ก็เอาไปเลย ถ้าคิดว่าวันนี้พร้อมแล้ว แต่ถ้าคิดว่ายังไม่พร้อมต้องช่วยกันคิดว่าจะเอายังไง ไม่ใช่ว่าตนสั่ง เมื่อคิดออกแล้ว ต่อให้มันไม่ปกติอย่างไร หรือคิดว่าปกติแล้ว แต่ตนว่ายังลำบากอยู่ เพราะถ้าสถานการณ์ปกติตนคงไม่มาลำบากขนาดนี้ ไม่ต้องมีใครมาพูดโวยวายทั้งในประเทศและต่างประเทศ นี่คือปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย
"นิกร"แนะร่างรธน.ใหม่ ต้องแก้ปัญหาขัดแย้งเก่า
นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พยายามหาบุคคลให้เข้ามาทำหน้าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าสำหรับรายชื่อที่เปิดเผยออกมา ตนไม่คิดว่าเป็นประเด็นหลักต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะต่อให้ได้คนดีมาก หรือคนดีน้อยเข้ามา ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ตามโจทย์ คือ การแก้ไขความขัดแย้งในอดีต และไม่ทำเนื้อหาให้เป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ เพราะหากทำเนื้อหาให้มีความขัดแย้ง และผ่านไปกระบวนการทำประชามติจะทำให้เกิดความรุนแรงได้ สำหรับความเห็นส่วนตัวมองว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องเปิดเผยและเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้าร่วม และต้องรับฟังเสียงของนักการเมือง ในฐานะที่เป็นตัวแทนที่เชื่อมระหว่างประชาชนและฝ่ายรัฐ
"ผมยอมรับว่าในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีข้อดีและหลายประเด็นช่วยปลดล็อคปัญหาที่เคยเป็นเดทล็อคทางการเมืองอยู่หลายประการ เช่น ความขัดแย้งและมีการชุมนุม ปัจจุบันมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะกำกับไว้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีองค์กรหรือคณะบุคคลมากำกับแนวทางแก้ปัญหาตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดอีก" นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับปฏิทินเวลาดำเนินการสำหรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่มีไว้ประมาณ 20 เดือน นั้น และส่งผลให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปประมาณ 2 ปี สำหรับนักการเมืองนั้นรอได้ แต่ขอให้คำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากที่ทอดเวลาการทำงานดังกล่าวดังกล่าวออกไปด้วย
กปปส.แนะยกร่างฯใหม่ เนื้อหาส่วนปฏิรูปต้องชัดเจน
ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่าที่ผ่านมา มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย มุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ทางมูลนิธิฯอยากจะเห็นเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ระบุเรื่องของการปฏิรูปเอาไว้ ทั้งในแง่เนื้อหาและในแง่ของกระบวนการในการปฏิรูป รวมไปถึงองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการปฏิรูป ซึ่งความจริงแล้วในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกคว่ำไป ทางมูลนิธิฯก็คิดว่ามันน่าจะดีพอที่จะให้ไปทำประชามติได้
นายสาทิตย์ กล่าวว่า แต่เมื่อมีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ และต้องแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.) จำนวน 21 คนขึ้นมา จุดสนใจของทางมูลนิธิฯก็ยังคงอยู่ที่การปฏิรูป ถ้าหากในกระบวนการยกร่างฯครั้งใหม่นั้น สามารถทำให้การปฏิรูปชัดเจนมากขึ้น ทั้งในแง่ของเนื้อหาและในด้านของกระบวนการการปฏิรูป มีการระบุเรื่องของระยะเวลาการปฏิรูปในกรอบที่ชัดเจน ตนคิดว่าสิ่งนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ควรจะบรรจุลงไปในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะยกร่างขึ้นมาใหม่ ซึ่งทางมูลนิธิฯก็จะได้ติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป





