วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสทธิ์'แนะรัฐบาลใช้ 6 เดือนโอกาสแก้ปมปท.

"อภิสทธิ์"แนะรัฐบาลใช้ 6 เดือนโอกาสทองแก้ปมประเทศ ย้ำกระบวนการสำคัญกว่า อย่าซ้ำรอยอดีต

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลัง สปช. มีมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้เวลา 6 เดือนนี้ในกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยถอดเรื่องการเมือง เรื่องวาทกรรมออก และใช้เหตุผลมาวิเคราะห์ว่าจะแก้ปัญหาในอดีตให้ตรงจุดนั้น ควรจะทำกันอย่างไร เพราะที่ผ่านมาปัญหาไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นปัญหาเรื่องกาฝากประชาธิปไตย ฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหา ต้องตัดกาฝากไม่ใช่ตัดต้นไม้ประชาธิปไตย ทำอย่างไรเราส่งเสริมนักการเมืองที่ดีได้ ทำอย่างไรเราจำกัดไม่ให้นักการเมืองที่ไม่ดี ทำสิ่งที่ไม่ดีได้ ทุกฝ่ายช่วยกันทำ รวมถึงเรื่องของการปฏิรูป โดยเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อทำให้เกิดการยอมรับ ไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกเรื่องในร่างที่ถูกคว่ำ สิ่งที่เป็นหลักการที่ดีก็เอาไว้ เช่น การเพิ่มอำนาจพลเมือง การเพิ่มการตรวจสอบ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ 21 คนที่จะตั้งขึ้นนี้ ควรรับฟังและเอาของที่ดีนั้นคงไว้ ใช้เวลานี้ดูเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใน 6 เดือนนี้กระบวนการอาจจะสำคัญกว่าตัวบุคคล เพราะที่สุดต้องไม่ลืมว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ก็ต้องกลับไปสู่ประชามติ และในกระบวนการประชามตินี้ก็จะมีเวลาก็เห็นใช้กัน 6 เดือน ที่สำคัญขอให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ชุด21คน ดูบทเรียนว่า ถ้าทำให้กระบวนการโดยเปิดเผย มีส่วนร่วมให้มาก แล้วก็ก่อนการลงมติของประชาชนนั้น มันก็จะช่วยให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับได้ง่ายขึ้นคือ ต้องเปิดให้มีการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์ รับฟังทุกฝ่าย เพราะรัฐธรรมนูญต้องสอดคล้องกับบริบทของสังคม ถ้าเราทำอะไรที่มันฝืนความเป็นจริงของสังคมมันก็จะบังคับใช้ไม่ได้ 6 เดือนของ 21 กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญที่จะทำนี้ ต้องใช้ให้เป็นโอกาสทองในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริงให้ได้ 

เมื่อถามว่า กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 21 คนควรมีคุณสมบัติอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญควรเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และมีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 40 ปี 50 หรือฉบับที่เพิ่งถูกคว่ำไปนี้ สามารถผสมผสานกันก็ได้ หรือจะเติมคนใหม่เข้าไปก็ได้ และไม่อยากให้มีฝ่ายการเมืองเพราะจะกลายเป็นประเด็นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ แต่สำคัญกว่า 21 คนนี้ตนคิดว่าคือกระบวนการการทำงาน  

เมื่อถามว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ยังต้องเป็นรัฐบาลต่อไป เพิ่มเติมจากที่เคยกำหนดกันไว้อีก 6 เดือน คิดว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ต้องใส่ใจอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่เพิ่มขึ้น 6 เดือนเพราะว่า 6 เดือนนี้คือที่กรรมการมาร่าง เพราะกระบวนการที่เหลือก็เหมือนเดิมตนเห็นว่ายังมี 3 เรื่องที่ต้องทำคือ 1. ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ทีมเศรษฐกิจใหม่ในภาพรวมว่าเป็นทิศทางที่น่าจะเหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน ขอให้ระมัดระวังประชานิยม 2. เรื่องปฏิรูป คนที่ดำเนินการต่อที่เป็นรูปธรรมคือ สนช. กับ ครม. ไม่ใช่สภาขับเคลื่อน เพราะสภาขับเคลื่อนไม่มีอำนาจในการบริหาร ไม่มีอำนาจในการจัดการ ดังนั้นภารกิจการปฏิรูปที่ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้นก็เป็นภารกิจที่ต้องเดินต่อไป 3. รัฐธรรมนูญ จะถือเป็นเรื่องของ 21 คนไม่ได้ คสช. และรัฐบาลจะมีบทบาทอย่างมาก ว่ากระบวนการเรื่องรัฐธรรมนูญจากนี้ไปนั้นจะเป็นอย่างไร แล้วจะเอื้อให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ดีหรือไม่ 

เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน รัฐบาลก็ได้ประโยชน์ มองเช่นนั้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมคงไม่ร่วมวิจารณ์ว่าเป็นเกมการเมือง ใครเก่งไม่เก่ง สำหรับพวกผมไม่เป็นปัญหา จะรออีก 6 เดือน หรืออาจจะนานกว่านั้นเล็กน้อย ถ้าได้สิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมืองต่อไปในอนาคต ผมว่ามันยังคุ้มค่าอยู่ แต่แน่นอนมันคงจะไม่มีกำหนดเลย หรือทำไปเรื่อยๆ กี่ปีๆ อย่างนี้คงไม่ได้ เพราะมันก็จะมีความเสียหายอีกด้านหนึ่งที่เกิดขึ้น” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ระบุร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีพอสมควรที่จะผ่านไปสู่ประชามติ ขณะที่นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้สปช.คว่ำร่างฯดูว่าขัดแย้งกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนายสุเทพ และตนหรือพรรคประชาธิปัตย์ คงมีเป้าหมายไม่ต่างกัน คืออยากจะเห็นการปฏิรูปเกิดขึ้น อยากเห็นการเลือกตั้งนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่เราประเมินต่างกันเท่านั้น ทางกปปส. หรือนายสุเทพอาจจะมองว่าหลักประกันในเรื่องการปฏิรูป มันดีพอแล้ว แต่ตนเห็นว่า หลักประกันการปฏิรูปนั้นยังไม่มี มีแต่กลไกที่สามารถมาบังคับรัฐบาลต่อไปให้ทำอะไร หรือไม่ทำอะไรก็ได้ มากกว่าสาระการปฏิรูป แล้วก็มีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต จึงเป็นมุมมองที่เห็นต่างกันว่า ทำอย่างไรจะได้การปฏิรูปเท่านั้นเอง