วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รสนา'ชี้คสช.วางเกมพลาดให้ คว่ำร่างรธน.

"รสนา"ชี้คสช.วางเกมพลาดให้ คว่ำร่างรธน. เชื่อกระบวนการร่างรธน.ใหม่ขัดแย้งแน่ หลังวิเคราะห์สปช. 135 คนที่คว่ำร่างรธน. มีความคิดต่างขั้ว

น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่าตนขอให้จับตาการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน  21 คนที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ เพราะจากการประเมินของตนเองกับเสียงอดีตสปช. ที่ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 135 คนที่ผ่านมา พบว่าเป็นกลุ่มสปช.ที่อยู่ต่างขั้วกันแต่กลับมีความเห็นไปในทิศทางเดียวหรือเรียกว่ามีเป้าหมายเดียวกัน อาทิ กลุ่มที่ต้องการให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และต้องการให้ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด กลับลงมติไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ

แต่ประเด็นดังกล่าวกลับเป็นที่ต้องการ นอกจากนั้นแล้วในกลุ่มทื่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากการสังเคราะห์ของสื่อมวลชนที่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย, 2.ต้องการให้ยืดเวลาให้คสช. อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และส่งผลให้การเลือกตั้งส.ส.ยืดเวลาออกไป และ 3.กลุ่มที่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการต่อรองในเรื่องต่างๆ ดังนั้นถือเป็นจุดที่ต้องจับตามองอย่างยิ่งว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นอาจเกิดความขัดแย้งเพราะความเห็นคิดเห็นที่ไม่ตรงกันได้  

"การลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นจุดพลาดครั้งใหญ่ของผู้มีอำนาจ เพราะหากคิดว่าการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะต่ออายุให้รัฐบาลได้ หรือต้องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยหรือตามความต้องการของตนเอง โดยไม่มีสปช.มาขัดขวางเหมือนรอบที่ผ่านมา แต่การกระทำในวันนี้ จะส่งผลเป็นปฏิกิริยาตอบกลับในอนาคต เมื่อการลงมติรอบนี้เพื่อผลประโยชน์ หรือคงอำนาจของตนเอง คิดหรือว่าในขั้นตอนของการทำประชามติจะไม่มีความขัดแย้ง หากช่วงทำประชามติเป็นช่วงขาลงของรัฐบาล กระแสด้านลบอาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ อีกทั้งกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต่อจากนี้ไป จะไม่มีกระบวนการเตรียมความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เหมือนที่สปช. เคยทำมา อาจทำให้เป็นจุดที่อันตราย" น.ส.รสนา กล่าว 

น.ส.รสนา กล่าวด้วยว่า สำหรับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขอให้จับตาว่ากลไกที่สร้างกระบวนการทำงานของประชาชนให้มีส่วนร่วม เช่น บทบัญญัติให้มีองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่เดิมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอให้ตัดออก จะยังคงอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตามตนมองว่าเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องสร้างความสมดุลทางอำนาจ ไม่ใช่คำนึงถึงแต่อำนาจสูงสุด

ในความหมายของคำว่าประชาธิปไตย หรือ ความมั่นคงเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงสมดุลของพลังประชาชนด้วย ทั้งนี้ตนมีสิ่งที่กังวลว่าหากไม่มีส่วนของภาคประชาชนที่ร่วมตรวจสอบอำนาจรัฐแล้วจะทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นและทุจริตอย่างมากขึ้นได้