วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.ชี้'อาเดม-ยูซุฟู'ให้การเป็นประโยชน์

คสช.เผย สถานการณ์ภาพรวมกลับสู่สภาวะปกติ ชี้"อาเดม-ยูซุฟู"ให้การเป็นประโยชน์ โยงเครือข่ายทั้งคนไทยและต่างชาติ

พ.อ.วินธัย สุวารี โหษกคสช. แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงความคืบหน้าการก่อเหตุลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ว่า การติดตามสืบสวนคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ได้ส่งตัว นายอาเดม คาราดัก ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่พูลอนันต์ อพาร์ทเมนท์ เขตหนองจอก ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยศาลจังหวัดมีนบุรีได้อนุมัติให้ฝากขัง นาย อาเดม คาราดัก ผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในส่วนของนายยูซุฟู ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อครบกำหนดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จะได้มีการส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขยายผลการสอบสวน ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า การสอบสวน นายอาเดม และนายยูซุฟู รวมทั้งพยานบุคคลอื่นๆ อีกหลายราย เริ่มให้การที่เป็นประโยชน์ ในการเชื่อมโยงไปสู่เครือข่ายกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ซึ่งผลการสืบสวนดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงรายละเอียด ให้รับทราบตามความจำเป็นต่อไป  

สำหรับการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในการรักษาความปลอดภัยและดูแลนักท่องเที่ยว พบว่า สถานการณ์โดยทั่วไปกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และสถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ยังเดินทางมาท่องเที่ยวตามแผนการเดินทางที่ได้จองไว้ล่วงหน้า   

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จนถึงปัจจุบัน รวมการจ่ายเงินช่วยเหลือจากส่วนราชการ มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 10,780,000 บาท ทั้งนี้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ 11 แห่ง รวม 23คน อย่างไรก็ตาม จากผลจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐและความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน

ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วการสืบสวนสอบสวนในทางคดีมีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยในห้วงต่อไปจะเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว (High Season) จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการในการให้การต้อนรับ การให้บริการ และการดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด เช่นที่เคยปฏิบัติมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์และน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว