วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยพบเงินสนับสนุนบึ้มต้นทางมาจากตุรกี

ตำรวจ เผย "อาเดม" ยังคงให้การภาคเสธ ปัดเกี่ยวข้องเหตุระเบิดราชประสงค์ ระบุพบเงินสนับสนุนมีต้นทางการโอนมาจากตุรกี

มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้สั่งการให้ทางคณะพนักงานสอบสวนบช.น. สอบปากคำ นายอาเดม คาราดัค หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด อายุ 29 ปี สัญชาติตุรกี หลังได้รับมอบตัวจากคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมเจ้าหน้าที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยผลัดกันสอบปากคำจากพนักงานสอบสวนทั้งหมด 3 ชุด ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง เบื้องต้นนายอาเดม ให้การเป็นประโยชน์ แต่ยังคงให้การภาคเสธ เนื่องจากการสอบปากคำให้การยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรเกี่ยวกับการก่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดนั้น อยู่ในที่พักของตนเองที่พบถูกจับกุมได้ที่ห้องพักภายในพูลอนันต์อพาร์ตเม้นต์ เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม.

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีการสเก๊ตซ์ภาพเตรียมออกหมายจับชายต้องสงสัยไม่ทราบชื่อและสัญชาติเพิ่มเติมอีก 1 รายนั้น เบื้องต้นทางนายอาเดมได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพียงรูปร่างหน้าตา แต่ไม่รู้จักและทราบชื่อว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร แต่ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการสเก็ตซ์ภาพชายต้องสงสัยไม่ทราบสัญชาติไว้ 2 ราย อย่างไรก็ตาม ทางคณะพนักงานสอบสวนบช.น. ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับตามภาพสเก็ตซ์เพียง 1 รายเท่านั้น แต่ยังคงต้องรอการสอบปากคำเพิ่มเติมยืนยันจากนายไมไรลี ยูซุฟู เชื้อชาติจีน สัญชาติจีน อายุ 26 ปี คาดว่าอาจจะรู้จักกับชายคนดังกล่าวด้วย และอาจเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการด้วย ทั้งนี้ ทางคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะประสานทางพนักงานสอบสวนบช.น. เพื่อส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ก.ย. ที่บช.น. ต่อไป

สำหรับการเตรียมออกหมายจับชายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบสัญชาติ ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยเป็นการออกหมายจับตามภาพสเก๊ตซ์จากคำให้การของนายอาเดม คาราดัค ให้การว่าชายดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นผู้นำอุปกรณ์ประกอบระเบิดดังกล่าวมาไว้ภายในที่พักของตนเอง โดยให้การว่ารู้จักบางคนไม่รู้จักบางคนตามหมายจับที่ออกไปก่อนหน้านี้ 9 ราย แต่ยืนยันว่า ไม่รู้จักชายเสื้อเหลืองที่ถูกออกหมายจับตามภาพสเก็ตซ์แต่อย่างใด ซึ่งถือว่าชายคนดังกล่าวเป็นหมายจับลำดับที่ 10 ของขบวนการวางระเบิดศาลท้าวมหาพรมและสะพานสาทร จากแนวทางการสืบสวนทราบว่าชายตามภาพสเก๊ตซ์คนดังกล่าวพักอาศัยอยู่ห้องเดียวกับนายอาเดม ที่ห้อง 412 พูลอนันต์อพาร์ทเม้น และหลบหนีไป วันเดียวกับที่ทหารได้เข้าจับกุมนายอาเดม เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามสอบปากคำต่อไป

มีรายงานด้วยว่า สำหรับนายอาเดม ได้หลบหนีมาจากมณฑลซินเจียง ประเทศจีน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจากประเทศลาวผ่าน ตม.ภาคเหนือ โดยมีการประทับตราพาสปอร์ตผ่าน ตม. เข้าประเทศไทยมาอย่างถูกต้อง ส่วนการติดตามจับกุมชายเสื้อเหลืองและเสื้อฟ้า คนร้ายวางระเบิดสะพานสาทร คาดว่าถูกช่วยเหลือจากนายกามารุเด็ง สาเหาะ อายุ 38 ปี ชาว.นราธิวาส ที่ถูกทหารควบคุมตัวได้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ช่วยเหลือมือระเบิดทั้งสองออกจากประเทศไทยไปกบดานที่ประเทศมาเลเซีย ภายหลังเกิดเหตุระเบิดทั้งสองแห่ง

นอกจากนี้ มีรายข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทราบว่า ต้นทางการเงินถูกโอนมาจากประเทศตุรกี อย่างไรก็ตามจะโอนมาจากบุคคลใดนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ ได้