วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบมือปืนสังหาร'สมยศ' สารภาพรับงานฆ่า ปมติดหนี้

ผบ.ตร.เผยรวบแล้วมือปืนสังหาร "เสี่ยสมยศ" สารภาพรับงานปลิดชีวิต ปมติดหนี้มหาศาล เร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้บงการ

จากกรณีมือปืนบุกจ่อยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่เสียชีวิตคาที่ ขณะกำลังเดินมาขึ้นรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ ทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหลังร้านเฮง หูฉลาม ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง เมื่อค่ำวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตั้งประเด็นไว้หลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งเรื่องหนี้สินการพนัน ปัญหาคดีความที่ผู้ตายรับเป็นทนายวิ่งเต้นคดี ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.คลองตันท้องที่เกิดเหตุ ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจากภาพสเกตช์ซึ่งเป็นคนร้ายทีมสังหาร 2 คน

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหลายหน่วยงาน ได้ทำการจับกุมตัว นายภานุพงษ์ รัสนา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/5 หมู่6 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ 359/2558 ลงวันที่ 1 ก.ย.2558 ในข้อหา“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีและใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา 

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบว่า นายภานุพงษ์ เป็นมือปืนสังหาร นายสมยศ โดยเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการสืบสวนจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่านายภานุพงษ์ มีตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับมือปืน แต่ด้วยความที่ภาพไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง และทำภาพวงจรปิดให้ชัดขึ้น เพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนถูกต้องที่สุด จนมั่นใจว่า คนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายภานุพงษ์ ประกอบกับภาพวงจรปิดที่ได้มามีความชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวจนได้เบาะแสว่า นายภานุพงษ์ พักอาศัยอยู่ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 จึงให้พนักงานสอบสวนไปขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย และได้วางแผนทำการเข้าจับกุม โดยสามารถจับกุมนายภานุพงษ์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นายภานุพงษ์ มาสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดเพื่อขยายผลหาผู้จ้างวานและสาเหตุการลงมือ 

รายงานข่าวระบุว่า ขั้นตอนจากนี้คือการขยายผล และยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนโดยละเอียด ซึ่งเบื้องต้น นายภานุพงษ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงนายสมยศจริง โดยมีผู้จ้างวานเป็นผู้ชาย เนื่องจาก นายสมยศ ติดหนี้ผู้จ้างวานอยู่ ซึ่งในตอนแรกทางผู้จ้างวานได้ให้ นายภานุพงษ์ ไปทวงหนี้กับนายสมยศ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่า นายสมยศ ติดหนี้เป็นจำนวนเงินกี่บาท เพียงแต่บอกว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาล และนายสมยศ ไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ จึงให้นายภานุพงษ์ไปทวงถาม ระหว่างที่นายภานุพงษ์กำลังจะไปทวงหนี้ ทางผู้จ้างวานกลับเปลี่ยนใจให้ไปวางแผนก่อเหตุสังหารนายสมยศ โดยไม่ต้องทวงหนี้ 

รายงายข่าวระบุอีกว่า ภายหลังรับงานก็ไปเปิดห้องพักย่านรามอินทราก่อนที่จะก่อเหตุ 2 คืน จากนั้นช่วงสายของวันเกิดเหตุผู้จ้างวานได้นำอาวุธปืนมาให้ ก่อนจะนั่งโดยสารรถแท็กซี่ไปลงบริเวณใกล้เคียงการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อพบกับผู้ต้องหาอีกคนที่ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ แล้วไปดักรอนายสมยศที่ร้านเฮงหูฉลาม หลังจากก่อเหตุนายภานุพงษ์ได้นำปืนที่ใช้ยิงนายสมยศไปโยนทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทางพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ชุดประดาน้ำเตรียมไปงมหาอาวุธปืน โดยต้องสอบปากคำเพื่อยืนยันจุดที่โยนทิ้งโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้ว่าจ้างนั้นนายภานุพงษ์ยังให้การไม่ละเอียด ไม่ยอมบอกว่าผู้จ้างวานเป็นใคร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้คุมตัวสอบปากคำเค้นหาข้อมูลเบื้องลึกผู้ว่าจ้างว่ามีตำหนิรูปพรรณเป็นใครต่อไป นอกจากนี้จะได้ตรวจสอบประวัตินายภานุพงษ์ว่าเคยก่อเหตุมีความผิดมาก่อนหรือไม่ 

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากข้อมูลที่นายภานุพงษ์ให้การกับเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลเพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการ ทั้งผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์พาคนร้ายหลบหนีและผู้จ้างวาน โดยเมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะนำไปสู่การออกหมายจับเพื่อรวบตัวขบวนการยิงนายสมยศมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับการจับมือปืนที่สังหารนายสมยศในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เตรียมนำตัวผู้ต้องหาแถลงต่อสื่อมวลชนภายในวันพรุ่งนี้(3 ก.ย.)