"บุญเลิศ-นิมิต"เดินหน้าคว่ำรัฐธรรมนูญ หวั่นเกิดวิกฤตรอบใหม่ ชี้ 21 เสียงกมธ.ยกร่างฯเป็นตัวชี้ขาด
รัฐสภา-นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญแม้จะมีเนื้อหาที่ดีอยู่มากแต่ส่วนน้อยที่เป็นข้อบกพร่อง หากผ่านการลงมติจากสปช.ไปสู่การทำประชามติ จนกระทั่งมีผลบังคับใช้ อาจจะสร้างปัญหาจนเกิดวิกฤตและผลกระทบ จึงควรหยุดร่างรัฐธรรมนูญนี้ไว้ก่อนแล้วทบทวนให้รอบคอบ ปรับแก้ให้สมบูรณ์จนทุกฝ่ายยอมรับจะเกิดประโยชน์มากกว่า ซึ่งตนมีข้อสังเกต 4 ประการ ที่จะลงมติเห็นไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนี้ คือ
1.ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่เป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกับนักการเมือง 2 พรรคใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มนปช. นักวิชาการ และสื่อมวลชน
2.ร่างรัฐธรรมนูญนี้ถูกตั้งฉายาสารพัดในทางลบ ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญถูกลดคุณค่า ไม่สง่างาม ไม่สมศักดิ์ศรีของกฎหมายสูงสุด
นายบุญเลิศ กล่าวต่อว่า 3.การผ่านมติของสปช.ควรจะผ่านแบบเอกฉันท์หรือค่อนข้างเอกฉันท์ แต่เท่าที่ประเมินดูแล้วคะแนนจะออกมาไม่ต่างกันมาก ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญดีจริงหรือไม่ สปช.จึงไม่เห็นชอบเป็นจำนวนมาก เท่าที่ตนประเมินเสียงสปช. 21 คน ที่เป็นคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นเสียงชี้ขาด และเป็นตัวแปรสำคัญในการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้
4.ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักการและเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญ และการไปลงประชามติจะไม่ได้อยู่แค่ที่เนื้อหาสาระ แต่จะรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ความพอใจหรือไม่พอใจต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) หรือรัฐบาลด้วย ดังนั้นจึงเกินกว่าจะคาดการณ์ได้ว่าผลของการลงประชามติที่ออกมาจะมีความชอบธรรมที่เป็นมติที่สร้างความแตกแยกจนเกิดความไม่ปรองดองรอบใหม่ ตนจึงเห็นว่า ไม่ควรเอาประเทศไปเสี่ยงให้เกิดวิกฤต จึงควรหยุดไว้ก่อนปรับแก้ใหม่
ด้านนายนิมิต สิทธิไตร สมาชิกสปช. กล่าวว่า ขณะนี้เสี่ยงเกินไปต่อการนำประเทศไปสู่วิกฤตครั้งใหม่ เกิดผลกระทบต่อการปฏิรูปและการปรองดอง ดังนั้นทางออกมีทางเดียวคือ หยุดร่างรัฐธรรมนูญนี้ไว้ด้วยการลงมติไม่เห็นชอบเพื่อให้เกิดการทบทวนแก้ไข เพราะการผ่านสปช.ไปสู่ขั้นลงประชามติน่าจะไม่ใช่เรื่องที่ดี เนื่องจากยังสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญและวิกฤตประเทศ และขอวิงวอนให้ สปช.ทุกคนไต่ตรองให้รอบคอบตัดสินใจโดยเอาประเทศเป็นตัวตั้ง





