โฆษกรบ. แจงนายกฯไม่หวังสืบทอดอำนาจ ด้วย "คปป." ชี้มีไว้แก้วิกฤตเท่านั้น
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 1 กันยายน 58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยกรณีที่มีการพูดถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ซึ่งกังวลกันว่าจะเป็นรัฐซ้อนรัฐนั้น นายกฯ ยืนยันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะตามกติกาได้กำหนดชัดเจนว่า อำนาจของคปป.จะใช้ได้เฉพาะในยามวิกฤตเท่านั้น เหมือนกับการใช้มาตรา 44 ในขณะนี้ และการใช้อำนาจดังกล่าวอาจต้องมีการถ่วงดุลโดยปรึกษากับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด คือมีข้อกำหนดและกติกาที่รัดกุมไม่ใช่อยากจะใช้ก็ใช้ อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าอำนาจพิเศษตรงนี้ของคปป.ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและให้สามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้าได้ และมีระยะเวลาอยู่เพียง 5 ปีเท่านั้น และยืนยันว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการสืบทอดอำนาจ
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงทำความเข้าใจกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทการทำงานของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐ (คตร.) ว่า เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน ว่า หน้าที่ของคตร.ไม่ใช่เข้าไปตรวจสอบ แต่เป็นการเร่งรัดและติดตามการทำงาน เวลาที่มีการลงทุนโครงการใดภายใต้งบประมาณ 50 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องเสนอต่อคตร.เพื่อขอความเห็นชอบ สามารถดำเนินการได้เลย เพียงแต่ต้องมีการรายงานความคืบหน้าของโครงการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คตร.จะมีบทบาทก็ต่อเมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามาว่าโครงการใดก็ตามมีลักษณะที่ไม่ชอบมาพากล จึงไม่ใช่เป็นการเข้าไปแทรกแซงโดยคตร.ตั้งแต่ต้น จนเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นการช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างลื่นไหลมากขึ้น
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 23-30 กันยายนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ United Nations General Assembly (UNGA) สมัยที่ 70 ณ นครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในโอกาสเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวสุนทรพจน์ในวาระการพัฒนาอีก 15 ปีข้างหน้า





