วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'บอกไม่ต้องเคลียร์น้องชาย

"พล.อ.ประยุทธ์"บอกไม่ต้องเคลียร์"พล.อ.ปรีชา" ระบุรู้ว่าควรอยู่ตรงไหน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายกรณีเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าพบว่า“เขาก็มา มาคารวะเข้าปะกันปกติจะเป็นอะไร ไม่ได้มอบนโยบายกันจะมอบทำไมกันล่ะ เขามีนโยบายของกระทรวงกลาโหมอยู่แล้วแล้วเขาก็เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของผม เราก็รักกันสนิทกันทุกคนแหละผมรู้จักหมดอยู่แล้ว ใครจะเป็นก็เหมือนกัน สื่อก็อย่าไปเขียนวิพากษ์วิจารณ์ให้มันเสียหายเลย ทุกคนก็มาพูดกับผมว่าเขายินดีทำหน้าที่รักษาความสงบต่อไป พร้อมกับสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา เขาไม่ได้มายื่นคำขาดให้ผมไปสักหน่อย" 

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรเป็นพิเศษให้ผบ.ทบ.คนใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า“ก็ถ้าให้ฝากเป็นพิเศษก็คงฝากดูแลนักข่าวหน่อย ดูแลความปลอดภัยเดี๋ยวอันตราย ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องฝากเพราะเขารู้กันอยู่แล้วว่าต้องทำอะไร เรารู้จักกันมา 30-40 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.อ.ธีรชัย เขามาตั้งแต่เป็นผู้การด้วยกัน เขาเป็นผู้การกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ส่วนผมเป็นผู้การกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ก็ดูแลช่วยเหลือกันมาตลอดเพราะผมเป็นรุ่นพี่เขาสองปี วันนี้เขาก็อยู่อีก 1 ปีก็แค่นั้นเอง ทุกคนล้วนรู้จักกันหมดเพราะแม่ทัพทุกทัพผมก็เป็นคนตั้งมาเองสมัยผมเป็นผบ.ทบ. พวก 5 เสือผมก็เป็นคนตั้งมา เพราะฉะนั้นวันนี้ใครจะขึ้นมาเป็นก็เป็นการตั้งตำแหน่งต่อมาเท่านั้นเอง ไม่ใช่ไปตั้งใครก็ได้เข้ามา ไม่ใช่แบบนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใครเพื่อสืบทอดอำนาจ ทำไมมันต้องสืบอำนาจมันมีของมันอยู่แล้ว อย่าไปแสวงหาให้มันมากนัก เพราะยิ่งหามันยิ่งไขว่คว้ามันยิ่งไม่มา ยิ่งไม่มี ใช้มากก็ยิ่งไม่ดีอีก" 

เมื่อถามว่าได้มีการเคลียร์ใจกับน้องชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผบ.ทบ.ที่มีชื่อชิงตำแหน่งแต่ไม่ได้เป็นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า“จะเคลียร์ใคร เคลียร์ทำไม เขาเป็นน้องชายผมผมจะเคลียร์ทำไม เขาก็รู้สถานะเขาอยู่ เขาก็รู้ว่าเขาควรอยู่ตรงไหน รู้มาตั้งนานแล้ว สื่อก็ชอบไปยุแยงให้มันเป็นแบบนี้แบบนั้น ผมก็เคยบอกแล้วไงว่ามันมีเรื่องความอาวุโส ความเหมาะสม เพราะพล.อ.ธีรชัยเขาเป็นรุ่นพี่เขาเป็นพลโทมาก่อน แล้วจะเอาข้างหลังมาแซงหน้ามากๆ ได้หรือไม่ ผมถามว่าวันนี้ใครมาเป็นมันจะต่างกันตรงไหน แล้วการเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมมันขี้ไก่มากหรือไง มาบอกว่าเป็นตำแหน่งใส่กรุ

สมัยก่อนตำแหน่งพลเอกพลโทเขาได้เป็นกันไหมเล่า กว่าจะนายพลนี่ยากจะตายวันนี้เขาเป็นถึงระดับพลเอกมาบอกเขาจะขึ้นกรุ ไอ้ความภูมิใจมันก็หายไป มันก็เลยอยากจะแย่งกันเป็นโน่นเป็นนี่กันหมด นี่เขามีไว้เป็นเกียรติยศเกียรติศักดิ์ความพอใจของตัวเองที่มีอยู่ ได้ดูแลครอบครัว นี่ก็ไปทำลายเขาว่าถูกปลดถูกอะไร ถูกจับใส่กรุ มันกรุตรงไหนวะ กรุอะไรกันนักกรุพระหรือ กระทรวงกลาโหมไม่ใช่กรุพระสักหน่อย กรุสมบัติก็ไม่ใช่ เขาก็ปกครองคนของเขา สัญลักษณ์ของกระทรวงกลาโหมก็ครอบอยู่บนหัวของทุกเหล่าทัพ เพียงแต่ว่าเหล่าทัพบกมีอาวุธมากหน่อยก็นั้นเอง แล้ววันนี้ผมเป็นใคร ผมก็เป็นทหารมาก่อนเป็นทหารเก่า ผมก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรใคร ถ้าทหารไม่ยอมรับผมมันก็แค่นั้น ก็จบ ข้อสำคัญคือประชาชนเขารับผมหรือเปล่าในการที่ผมมาแก้ไขปัญหาให้เขาวันนี้ คิดไม่ได้หยุด สั่งงานทำงานทุกวันแล้วก็ต้องเร่งเวลาทำให้เร็วที่สุดและดีขึ้นทุกด้าน”