เผยมือบึ้มจ่อระเบิดถล่มซ้ำอีกหลายจุด เร่งแกะรอยมือถือล่าเพื่อนร่วมแก๊ง เผยผู้ต้องสงสัยมาจากอิสตันบูล เข้าเวียดนามผ่านลาวเข้าไทย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมชายผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติ 1 ราย ที่มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่บริเวณราชประสงค์ และสาทร ได้ที่ย่านหนองจอกว่า ในเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะได้เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องสงสัยอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ภายในที่มณฑลทหารบกที่ 11 ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาในการสอบสวน เนื่องจากว่าตัวผู้ต้องสงสัยพูดภาษาไทยไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ล่ามภาษาอังกฤษ และภาษาเทียบเคียงที่คาดว่าจะพูดได้เข้ามาช่วยในการสื่อสาร
โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับด้านการพิสูจน์อื่นๆได้มีการเก็บหลักฐาน อาทิ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า และรองเท้านำไปตรวจหาดีเอ็นเอ โดยเฉพาะข้อมูลในโทรศัพท์จะทำการตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์ย้อนหลังอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยมีการถอดชิปเพื่อสืบหาข้อมูลการโทรศัพท์ ซึ่งสามารถกู้ข้อมูลได้ ส่วนการพิสูจน์สัญชาติของผู้ต้องสงสัยนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับสถานฑูตหลายๆ ชาติที่คาดว่าผู้ต้องหาจะเป็นคนชาตินั้น ซึ่งผู้ต้องสงสัยให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ โดยเล่าว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างไร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ปักใจเชื่อ ต้องใช้พยานหลักฐานอื่นๆมาประกอบ เช่น ข้อมูลโทรศัพท์ อย่างไรก็ตาม ตัวผู้ต้องสงสัยยังไม่ได้รับว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของเพื่อนที่ร่วมขบวนการมีความชัดเจนหรือยังว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะสรุป เพราะว่าเราได้ภาพถ่ายข้อมูลที่เป็นกลุ่มของผู้ร่วมขบวนการหลายคน ก็ขอทำการตรวจสอบก่อน เพราะว่าข้อมูลที่ได้จากพาสปอร์ตปลอม เราเชื่อถือตรงนั้นไม่ได้ คงเชื่อได้แค่รูปถ่าย เพราะว่ารูปน่าจะจริง ส่วนพาสปอร์ตที่พบในห้องของผู้ต้องสงสัยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนที่มีการรายงานข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่าเดินทางมาจากกรุงอิสตันบูล และเข้าประเทศไทยผ่านทางเวียดนามและลาวอีกทีนั้น ยังไม่ได้มีการสอบปากคำไปถึงประเด็นนั้น ในเบื้องต้นทราบเพียงว่าผู้ต้องสงสัยมาจากต่างประเทศ และมาพักที่ประเทศหนึ่งในเอเชีย ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย
โฆษก ตร.กล่างอีกว่า ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นความแค้นส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการกวาดล้างจับกุมชาวต่างชาติ โดยหลังจากจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เมื่อวาน ทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้สกัดจับผู้ร่วมขบวนการที่เตรียมหนีออกนอกประเทศตามภาพที่เราได้มาจากหลักฐานในที่เกิดเหตุเมื่อวาน และทั้งจากการสืบสวนของตำรวจก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังได้ประสานตำรวจต่างประเทศในการจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่อาจหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
"ลักษณะของชิ้นส่วนที่พบในห้องพักของผู้ต้องสงสัยบางอันคล้ายกับเหตุระเบิดก่อนหน้านี้โดยเฉพาะฝักแคระเบิดเป็นชนิดเดียวกับที่ตำรวจเจอในที่เกิดเหตุระเบิดท่าน้ำสาทรจากหลักฐานที่พบสันนิษฐานได้ว่า เตรียมจะก่อเหตุอีกหลายจุด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีข้อมูลของสัญญาณโทรศัพท์ว่าผู้ต้องสงสัยเคยเดินทางไปยังจุดที่ต้องสงสัยซึ่งเป็นจุดที่มีความสำคัญต่อเหตุการณ์นี้ แต่จะเป็นหัวลำโพงตามที่มีรายงานข่าวหรือไม่ ยังไม่ทราบ" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่าผู้ต้องสงสัยเป็นหนึ่งในผู้ที่ก่อเหตุระเบิดทั้งสองจุดหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ยังยืนยันไม่ชัดเจน แต่ผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในขบวนการแน่นอน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าทำหน้าที่อะไร ส่วนจะใช้คนร้ายที่ตำรวจออกหมายจับตามภาพสเก็ตหรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอจากธนบัตรที่คนร้ายจ่ายเป็นค่ารถแท็กซี่ และจากในตัวรถเพื่อยืนยันตัวอีกที" โฆษก ตร. กล่าว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่การเรียกสอบปากคำคนขับรถแท็กซี่ในวันเกิดเหตุหลายครั้ง เนื่องจากการให้การสับสน และยังไม่ตรงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งพบว่าข้อมูลทางโทรศัพท์ของคนขับแท็กซี่มีการติดต่อกับผู้ต้องสงสัยหลายครั้ง ทั้งนี้ ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ซึ่งได้สั่งการไปอีกมากกว่า 10 ประเด็น อาทิ การเข้าปิดล้อมตรวจค้นจุดอื่นๆ เพิ่มเติม การวิเคราะห์ข้อมูลจากพยานหลักฐานที่ได้ ส่วนจะออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติมต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน





