วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมยศ'ชี้สอบอุยกูร์เป็นการตรวจสอบข้อสงสัย

ผบ.ตร.ชี้สอบอุยกูร์เป็นการตรวจสอบข้อสงสัย ยังไม่ฟันธงกลุ่มไหน จวกสื่อนอกไม่มีหลักฐานด่วนสรุป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)-พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่แยกราชประสงค์และที่ท่าเรือสาทร ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทุกวิถีทางที่จะนำไปสู่การคลี่คลายคดี มากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่หลายเท่า รวมถึงการเชิญตัวชาวอุยกูร์ 3 คนที่จังหวัดสระแก้วมาสอบสวน และมีการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงถึงความคืบหน้าของเหตุการณ์ระเบิดทั้ง 2 จุดทุกวัน เพื่อประเมินสถานการณ์จากฝ่ายความมั่นคง รวมถึงภาพรวมทั้งประเทศ โดยยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมั่นใจว่าตำรวจจะสมารถจับคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 จุดมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีสื่อหลาย ๆ แห่งออกมาวิเคราะห์ และพยายามโยงการระเบิดในครั้งนี้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอุยกูร์นั้น ต้องถามกลับว่าหากคนร้ายต้องการลงมือกับคนจีนจริง มีสถานที่อื่นที่ทำให้เห็นว่าต้องการตอบโต้ชาวจีนมากกว่าศาลพระหรหม ซึ่งจากเหตุระเบิดในครั้งนี้มีชาวจีนเสียชีวิตเพียงสองรายเท่านั้น แต่สิ่งที่ชัดเจนคือประเทศชาติเสียหาย เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการทำลายการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศไทย อย่างไรก็ตามในส่วนการเขิญตัวชาวอุยกูร์ 3 คนที่จังหวัดสระแก้วนั้น ก็ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนได้ทำทุกกระบวนการเพื่อหาคำตอบและตอบข้อสงสัย ขณะเดียวกันการนำเสนอข่าวของสื่อก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในบางกรณี เช่น การที่สื่อไปสัมภาษณ์พยานซึ่งเป็นคนขับรถแท๊กซี่ ว่า มีการรับผู้ต้องสงสัยจากอาคารชาญอิสระ แต่พอไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็ไม่สอดคล้องกับข้อมูลให้ผ่านสื่อไป

ด้วยเหตุนี้ทางตำรวจจึงยังไม่ฟันธงได้ว่าสาเหตุการระเบิดครั้งนี้เกิดจากเรื่องใด หรือใครเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะหากด่วนออกมาสรุปว่าเป็นการก่อการร้ายข้ามชาติ ทั้งที่พยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่ชัดเจน ตามการวิเคราะห์ของสื่อต่างชาติ ที่อาศัยการวิเคราะห์แค่จากลักษณะของคนร้ายที่คล้ายคนต่างชาติ ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจะลดลงหรือไม่ และการท่องเที่ยวของไทยจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในการวิเคราะห์ แต่ผมหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงก็รับฟังไว้เป็นข้อมูล พิสูจน์ทราบตามข้อสงสัยต่างๆทั้งหมด ซึ่งหากเป็นการวิเคราะห์ที่ทำให้สถานการณ์ของบ้านเราเลวร้ายลง ก็ควรจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบใช่หรือเปล่า และเชื่อว่าหากเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศพวกเขาเสียหาย เขาจะไม่ออกมาวิเคราะห์แบบนี้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันเมื่อสื่อที่ได้นำเสนอและวิเคราะห์ว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาตินั้น ขบวนการนี้ หรือเชื่อมโยงความเชื่อทางศาสนา ลัทธิ หรือกล่าวว่าเป็นขบวนก่อการร้ายข้ามชาติ โดยไม่มีหลักฐานชี้ชัดลงไป การด่วนสรุปเช่นนี้เป็นการสร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหายและความขัดแย้ง จนส่งผลเสียถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และถึงแม้จะทราบตัวทราบกลุ่มคนร้ายแล้วก็คงไม่บอกสื่อมวลชน เพราะไม่รู้ว่าหากบอกไปแล้วได้ประโยชน์อะไร"ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการออกหมายจับชายเสื้อสีฟ้าที่ต้องสงสัยวางระเบิดที่ท่าเรือสาทรนั้น เรามีหลักฐานที่สำคัญอันทำให้ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ คือ ภาพจากกล้องวงจรปิดและยังมีหลักฐานอื่นๆประกอบเพื่อยืนยันตัวผู้สงสัย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุระเบิดทั้งที่ราชประสงค์และที่บริเวณสาทร จะเป็นฝรั่ง แขกขาว ชาวจีนหรือสัญชาติอื่นใด เนื่องจาก เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถตกแต่งใบหน้าซึ่งอาจจะทำให้ตำรวจไขว้เขวได้ และจากพยานหลักฐานก็พบว่าทั้งสองเหตุมีความเชื่อมโยงกัน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศ ยังได้กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกาย จะจัดงานพิธีทำบุญรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ว่า ถ้ามีการติดต่อขออนุญาติจัดงาน ตนคงไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมหรือการจัดงานที่มีผู้ร่วมงานเยอะอยู่พร้อมกันในช่วงนี้ เพราะหากเกิดเหตุอะไรขึ้นจะได้ไม่คุ้มเสีย เช่นเดียวกับก่อนหน้าที่ทางมหาเถระสมาคมก็เคยติดต่อมา และตนก็ไม่ได้อนุญาตเช่นกัน ส่วนที่มีผู้หวังดีแนะนำให้ตนไปบนบานศาลพระพรหมเพื่อให้จับคนร้ายได้นั้น

หากต้องการให้ตนไปบน ตนก็จะทำให้ได้ แต่จะทำให้บางคนมองว่าตำรวจหมดหนทางในการจับกุมคนร้ายถึงขนาดต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ตนเองไม่ขอลบหลู่ เพราะในอดีตก็มีนักสืบแนวหน้าของเมืองไทยหลายคนที่นับถือเรื่องนี้และประสบความสำเร็จในการไขคดีมากมายแล้ว