วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.ศึกษาฯลั่นไม่ปล่อยคนทุจริต สกสค.ลอยนวล

"พล.อ.ดาว์พงษ์" รมว.ศึกษาฯ ยันเอาจริงปราบทุจริต สกสค.ลั่นไม่ปล่อยคนผิดลอยนวล และไม่ทำงานลูบหน้าปะจมูก

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ประชุมหารือร่วมกับ ผู้บริหารคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และองค์การค้าของสกสค.โดยตนได้ซักถามทั้ง 3 องค์กร ถึงการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหา ซึ่งมีทั้งส่วนที่ตอบได้และตอบไม่ได้ อะไรที่ตอบไม่ได้ขอให้ไปหาคำตอบมา ซึ่งจะตั้งชุดเฉพาะกิจลงไปติดตาม ควบคู่กับการตรวจสอบของ คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และบางเรื่องแจ้งความไปแล้ว คดีถูกโอนไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็จะไปตามเรื่องเพื่อให้เร็วขึ้น ตอนนี้คงตอบได้กว้าง ๆ อะไรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายยังไม่ขอลงรายละเอียด

“เรื่องการแก้ปัญหาทุจริตใน สกสค.และ องค์การค้าฯ ผมจะไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล ต้องไม่ให้คนผิด ที่เอาเงินไปทำให้เราเสียหายอยู่อย่างสุขสบาย เขาต้องรับผิดชอบ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องไม่ทำงานลูบหน้าปะจมูก ต้องเอาเงินคืนมาให้ได้ไม่ว่าจะมากหรือน้อย แต่ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก ใครมีหลักฐานก็ต้องช่วยกัน โดยผมได้สั่งการให้ไปปรับแก้ระเบียบที่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการทุจริตต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เห็นประโยชน์ของมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสกสค. และองค์การค้าฯ มีปัญหามาตลอด ส่วนราชการไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรได้ เพราะมีคณะกรรมการ ฯ คอยกำกับดูแล แต่เมื่อใช้มาตรา 44ก็ยุบคณะกรรมการฯ ชุดเก่าและตั้งชุดใหม่เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาได้ ซึ่งเรื่องที่ค้างอยู่ไม่ต้องห่วงว่าเราจะมาลูปหน้าปะจมูก ส่วนสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เท่าที่ดูจะมีปัญหาการวิ่งเต้น การโปรโมท เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งซึ่งต้องเร่งแก้ไข”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดศธ. กล่าวว่า ทั้ง 3องค์กรได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาให้รมว.ศึกษาธิการ รับทราบ ตั้งแต่เริ่มว่าเกิดเหตุอะไรบ้างจนต้องใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาช่วยแก้ไข ซึ่งรมว.ศึกษาธิการ ให้ความสำคัญ กับกรณีการติดตามทวงเงิน จำนวน 2,500 ล้านบาท คืนจากบริษัท บิลเลี่ยนอินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด และย้ำว่า คนผิดต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งทางสกสค.ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาต่างๆ ส่วนกรณีการนำเงินไปซื้อหุ้นของบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด นั้น การตรวจสอบข้อมูลยังไม่ครบถ้วน เพียงแต่ทราบว่า เป็นการนำเงินไปลงทุนและน่าจะทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท

ส่วนขององค์การค้าฯ ได้รายงานความคืบหน้าผลการประเมินการทำงานของนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ รวมถึงการตรวจสอบปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้นในองค์การค้าฯ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยคาดว่า รมว.ศึกษาธิการ น่าจะมีการนัดหารือคณะกรรมการฯแต่ละชุดเพื่อเร่งดำเนินการเรื่องต่าง ๆ เร็วๆนี้