วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทร.มั่นใจรอดใบแดง'ไอยูยู'

"พล.ร.อ.ไกรสร"มั่นใจรอดใบแดง"ไอยูยู" แจงกำหนดวันหยุดเรือประมง เพิ่มจำนวนสัตว์น้ำ สอดคล้องมาตรฐานสากล

ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู ว่า ขณะนี้เราทำเอกสารเสร็จหมดแล้ว จำนวน 6 ฉบับ และจะส่งให้สหภาพยุโรป หรือ อียู พร้อมทั้งขอคำแนะนำจากอียู ว่าการดำเนินการของเราเป็นอย่างไร โดยจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปคุยกับ อียู ประมาณกลางเดือนหน้า ก่อนที่อียูจะเดินทางมาประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ตนคิดว่าในเดือนตุลาคมนี้ เราผ่านแน่ ไม่ถูกใบแดงแน่นอน เพราะได้ดำเนินการในเรื่องกฎเกณฑ์ กรอบ กฎหมาย ตลอดจนถึงนโยบายแผนการประมง การตรวจสอบในทะเลติดตาม และตรวจสอบสินค้าประมงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมทั้งสามารถตอบโจทย์เรื่องแรงงานผิดกฎหมายได้   

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรายังมีการควบคุมจำนวนเรือ ให้สัตว์น้ำในการทำประมงในทะเลไม่เกินค่าที่ควรจะเป็น จึงต้องกำหนดวันหยุดของเรือ เพราะเรือของเราเกินประมาณ 40 % เพราะฉะนั้นการที่จะนำเรือที่เกินออกจากระบบ ซึ่งคงไม่มีใครอยากออกแน่นอน จึงต้องใช้วิธีที่ดีที่สุดในการลดการจับสัตว์น้ำ คือต้องหยุด จึงเป็นแนวทางที่ประมงพื้นบ้านมีผลประทบน้อยที่สุด เพราะสามารถจับปลาวันละประมาณเพียงหลักร้อยถึงหลักพัน ไม่เหมือนกับประมงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นเราจะเน้นการลดจับสัตว์น้ำที่เรือประมงพาณิชย์ โดยให้มีการหยุด เช่น เรืออวนล้อม จะหยุด 9 วันฝั่งอ่าวไทย และ 5 วันฝั่งอันดามัน ส่วนอวนลาก ทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน จะหยุด 5 วัน ซึ่งการหยุดก็คือการลดการจับสัตว์น้ำ   

“ยืนยันว่าทุกคนที่เป็นเจ้าของเรือประมง สามารถจับสัตว์น้ำได้ เพียงแต่ต้องลดวัน และต้องเฉลี่ยให้ทุกคนได้จับสัตว์น้ำได้ปริมาณเท่าๆกัน และภายใน 1 ปี หลังจากที่ใช้มาตรการนี้แล้ว เราจะมาทบทวนกันอีกที่ว่าสัตว์น้ำในการทำประมงเป็นอย่างไร โดยเราได้ตั้งเป้าไว้ว่าต้องมีจำนวนประชากรสัตว์น้ำเพิ่มอย่างน้อย 10 % ทุกปี ซึ่งข้อมูลล่าสุดเรือประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้ 26 กิโลกรัม ต่อชั่วโมง เพราะจำนวนประชากรสัตว์น้ำเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว จะอยู่ที่ 300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ซึ่งลดไปเยอะมาก” พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว   

ผบ.ทร. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการไม่ให้เรือประมงออกไปจับสัตว์น้ำ เท่ากับรายได้ของพวกเขาเป็นศูนย์ แต่ว่าวิธีดังกล่าวถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพียงแต่ทุกคนจะต้องแบ่งปันผลประโยชน์เท่าๆกัน ทั้งนี้ผู้แทนเรือประมงก็ยอมรับข้อเสนอนี้ และรับปากว่าจะไปชี้แจงกับเรือประมงที่ไม่ไปเข้าร่วมประชุม ตนขออย่ามองแค่ว่าหยุดออกเรือแล้วจะไม่มีรายได้ ถ้าคิดเช่นนั้นเป็นการคิดที่เห็นแก่ตัว ดังนั้นต้องเข้าใจว่าจำนวนเรือของเรามากกว่าปริมาณของสัตว์น้ำ ถ้าหากคิดว่าจะทำการค้ากับสหภาพยุโรป หรือส่งสัตว์น้ำไปต่างประเทศ เราต้องอยู่ในกรอบที่สากลเขาทำกัน