“กลุ่มสปช.” ชี้ 21 สปช.ฐานะกมธ.ร่างรธน. จะโหวตร่างรธน. ไม่เหมาะสม เหตุมีส่วนได้เสีย แย้มปมนี้อาจนำไปสู่การคว่ำร่างรธน.
นายดำรง พิเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สปช. ที่มีความสนิทสนมได้รวมกลุ่มเพื่อพูดคุยถึงเนื้อหาและสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนำเสนอให้สปช. พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับ โดยประเด็นสำคัญที่ทางกลุ่มของตนเห็นตรงกัน คือความไม่เหมาะสมของสปช. ที่ดำรงตำหแน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะลงมติตัดสินร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจาก สปช. ฐานะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับประเด็นดังกล่าว ดังนั้นทางกลุ่มจึงเห็นว่าไม่สมควรแม้ในทางกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติจะไม่มีทบัญญัติใดกำหนดไว้ อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวนั้นจะเป็น 1 ในประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 6 ก.ย. ได้ ขณะที่ความเห็นส่วนตัวตนจะไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากในเนื้อหานั้นมีความสับสน และซับซ้อน อาทิ ในประเด็นการเมือง การมีอยู่ขององค์กรต่างๆ และที่สำคัญคือ ประเด็นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ร่างรัฐธรมนูญไม่ให้ความคุ้มครองป่า หรือต้นไม้ แต่กลับคุ้มครองมนุษย์ฐานะผู้ใช้ทรัพยากร และประเด็นของการมีคำว่า ชาติพันธุ์ ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเหมือนกับเป็นการแบ่งคนไทยออกเป็น 2 ระดับ ทั้งนี้คำว่าชาติพันธุ์ ที่หมายถึงคนบนภูเขานั้น ควรมีความหมายเดียวคือ คนไทย เพื่อไม่ให้เกิดการแบ่งแยก
ทางด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ในการตัดสินใจลงมติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของสปช. นั้นนอกจากจะพิจารณาในเนื้อหาแล้ว ตนมองว่าควรนำประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปัญหาความขัดแย้ง หรือความวุ่นวายทางการเมือง ที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่สปช.ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ หรือ เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบด้วยประชามติของประชาชนแล้ว การบริหารราชการของรัฐบาลในอนาคตจะเป็นไปอย่างไรเป็นต้น โดยประเด็นที่กล่าวมานั้นคือการพิจารณาบนข้อมูล ซึ่งรับจาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, เพื่อนสมาชิกสปช., ความเห็นนักวิชาการ และฝ่ายการเมือง ฐานะผู้มีประสบการณ์และผู้ที่ต้องปฏิบัติตามกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนด รวมถึงพิจารณาบนเหตุผลที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่คาดคิด ที่อาจไม่มีใครรับผิดชอบได้


