วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'ยันทำงานเป็นทีม เน้นลงทุนในประเทศ

"สมคิด"เผยเข้าร่วมครม. แก้ปัญหาศก. ยันทำงานเป็นทีม เน้นลงทุนในประเทศไม่หวังส่งออกอย่างเดียว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. ว่า ที่ตนเองเข้าร่วมงานกับคณะรัฐมนตรี นั้นเพื่อต้องการเป็นอีกแรงในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ ที่กำลังชะลอตัวซึ่งตนเองเข้าใจว่าคนไทยเป็นห่วง และกังวลถึงสภาพเศรษฐกิจของไทย อย่างไรก็ตามพื้นฐานของประเทศไทยที่สร้างและสะสมมาค่อนข้างแข็งแกร่ง และหากไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ทำในสิ่งที่ควรทำ เร่งแก้ไขในสิ่งที่ควรแก้ เชื่อว่าจะสามารถประคองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้

ส่วนการทำงานก็จะทำอย่างที่ตั้งใจไว้ โดยทำงานเป็นทีมร่วมกันทุกกระทรวง ไม่มีการแบ่งแยก เพราะปัญหาของประเทศสัมพันธ์กับทุกกระทรวง และตนเองเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดี ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สานงานต่อ และติดตามสิ่งที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยหากมีปัญหาสามารถปรึกษาหารือกับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี จะสนับสนุนทุกประการ

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ปัจจัยภายนอกที่มาจากเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา รายรับของประเทศเริ่มมีปัญหา แต่ตนเองเขื่อว่าปัจจัยเศรษฐกิจเป็นเพียงระยะสั้นๆ เมื่อดีขึ้นก็จะคลายตัวลง 2.ปัจจัยภายใน ที่เริ่มจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระทบต่อค่าครองชีพชาวรากหญ้า ดังนั้นเมื่ออำนาจซื้อของรากหญ้าอ่อนแอ ประกอบกับความไม่เชื่อมั่นเนื่องจากทุกวันนี้มีแต่ข่าวเศรษฐกิจที่ไม่ดีออกมาตลอด ทำให้การลงทุนของประเทศไม่ขยับ ตนจึงขอให้เชื่อมั่นใจพื้นฐาน และศักยภาพของประเทศ และรัฐบาลจะเร่งเข้าไปแก้ไขในจุดอ่อน และเร่งสร้างรากฐานสำหรับอนาคตต่อไป

ขณะที่การแก้ไขปัญหาระยะสั้น ตนเองได้รายงานนายกรัฐมนตรี ว่า จะต้องเร่งช่วยเหลือชาวรากหญ้า หรือเกษตรกร ให้เศรษฐกิจพื้นฐานสามารถขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งจะมีมาตรการดังกล่าวอดกมาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ให้เร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น หรือภูมิภาคขับเคลื่อนไปได้ รวมถึงทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งความสามารถในการแข่งขัน โดยเรื่องของการส่งออก เริ่มจะแข่งขันไม่ได้

ถึงแม้ว่าพื้นฐานโครงสร้างจะดี แต่ก็ต้องมีการปฏิรูปและยกระดับให้ได้ เช่นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้การเติบโตกระจายออกไปในภูมิภาค และสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจได้ นอกจากนี้ จะประสานกับต่างประเทศเพื่อให้ร่วมมือในการเจรจาการค้าต่างๆ เพื่อให้มีผลพลอยได้ในทุกมิติ

"ผมได้ให้นโยบายไปแล้วกับผู้บริหารกระทรวงไม่แล้ว และทุกกระทรวงในเครือข่ายเศรษฐกิจ ว่าจะเดินไปข้างหน้าในระนาบเดียวกัน ซึ่งภารกิจไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่การกระตุ้นเป็นเพียงการทำข่วงสั้นๆ เพื่อไม่ให้คนจนลำบาก แต่หัวใจสำคัญคือ ช่วงเปลี่ยนผ่านที่จะทำให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในอนาคต และจะพยายามใช้เวลาที่มีอยู่ปีเศษๆ เริ่มแก้ไข และปฏิรูปทันทีไม่ต้องรอ รวมถึงประสานกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่าอะไรทำก่อนได้ก็ทำ เพราะเวลามีค่อนข้างน้อย และหวังว่าทุกอย่างจะเป็นได้ตามที่ต้องการ และจะพยายามให้ดีที่สุด และขอให้คนไทยเชื่อมั่นในประเทศเพราะถ้ายิ่งไม่เชื่อมั่น ก็จะยิ่งทำให้ทุกอย่างซบเซา ถ้าเราไม่เขื่อมั่นประเทศเราก็ยากที่จะพัฒนาต่อไปได้"นายสมคิด กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายเก่าๆ อะไรที่ดีก็จะนำมาสานต่อ และนโยบายใหม่ที่ดีก็จะทำไปเรื่อยๆ แต่ขอเวลาในทีมงานดำเนินการ ส่วนที่ทุกคนฝากความหวังเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไว้ที่ตัวเองนั้น

นายสมคิด กล่าวว่า"ผมไม่เคยมีแรงกดดัน สมัยปี 40 มันเจ๊งมาแล้ว เพียงแต่ตั้งใจ และเมื่อผมมาทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ผลจะเป็นอย่างไรคือทุกคนร่วมกัน ไม่ใช่คนหนึ่งคนใด รัฐบาลมีเพียงไม่กี่คน แต่จะเดินได้หรือไม่ขึ้นอยู่ประชาชน และภาคเอกชนร่วมกัน ซึ่งในวันที่ 27 ส.ค. นี้ ผมจะหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้รู้หน้าที่ว่าจะต้องเข้ามาร่วมมือไม่ได้มาขอ และทำให้ดีขึ้น"

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ช่วงวิกฤตปี 40 กับปัจจุบัน มีความแตกต่างกัน โดยในปี 40 กลุ่มรากหญ้า และการส่งออกอยู่ในระดับที่ดี คนรวยลำบาก แต่ครั้งนี้กลับกันบริษัทใหญ่ยังคงแข็งแรง และรากหญ้าลำบาก โดยถ้าปล่อยให้ชาวรากหญ้าลำบากมาเกินไปจะส่งผลให้ข้างบนลำบากตามไปด้วย เพราะทุกกลุ่มสัมพันธ์จึงต้องช่วยกัน