ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดงานรวมพล 10 ปี โครงการ "สานใจไทยสู่ใจใต้" ย้ำศาสนาที่แตกต่างไม่เป็นอุปสรรค
วันที่ 22 ส.ค. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ80พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา อ.เมือง จ.สงขลาฯ พณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธาน เปิดงานรวมพล10ปีโครงการ ”สานใจไทย สู่ใจใต้” โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ ,นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และคณะกรรมการดำเนินโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ ร่วมให้การต้อนรับ
โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ปัจจุบันได้ดำเนินการมาเป็นเวลา10ปี ตั้งแต่ปี2548ได้นำเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ ที่ กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วจำนวน23รุ่น และรุ่นพิเศษอีก1รุ่น มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการแล้ว4,510คน มีครอบครัวอุปถัมภ์2,292ครอบครัว ครูพี่เลี้ยง213คน
จากการประเมินผล โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีความเหมาะสมอยู่ในระดับดีมาก โครงการสามารถสร้างโอกาสให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการพัฒนาตนเองเพิ่มความรู้และทักษะประสบการณ์ทางสังคม เปิดโลกทัศน์และการเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนมุสลิมในภาคกลางเกิดมุมมองใหม่ มีภาวะการเป็นผู้นำ กล้าเสนอความคิดเห็นมากขึ้น
สามารถพัฒนาตนเองและครอบครัวตลอดจนเสริมสร้างความรัก ความหวงแหนแผ่นดินเกิดอีกทั้งโครงการยังก่อให้เกิดความสัมพันธทางศาสนา สังคม และวัฒนธรรมซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินงานโครงการฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในโอกาสนี้ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้มอบโล่ให้แก่ผู้สนับสนุนโครงการ อาทิ แม่ทัพภาคที่ 4เลขาธิการ ศอ.บต. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นต้น
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้กล่าวให้โอวาทแก่คณะกรรมการดำเนินการ ผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ เยาวชน ผู้ปกครองและครอบครัวอุปถัมภ์ว่า โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ ถือเป็นโครงการที่ดีที่ เราซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างปกติสุข การนับถือศาสนาที่แตกต่างกันไม่เป็นอุปสรรคที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ประพฤติตามศีลธรรมอันดีตามศาสนาดังนั้น การที่นำเยาวชนทั้งหลายที่เป็นอนาคตของชาติมาเข้าร่วมโครงการนี้ จะเป็นการสร้างให้เยาวชนได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ในอนาคตที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะครอบครัวของเยาวชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้





