สนช. ผ่านกฎหมายปปง. สกัดอายุเลขาธิการปปง.แค่ 4 ปี ให้อำนาจวุฒิสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนครม.
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว โดยนายกิตติ วะสีนนท์ ประธานคณะกรรมธิการวิสามัญ ได้ชี้แจงสาระสำคัญของการแก้ไขในส่วนองค์ประกอบและหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. รวมถึงกลไกการตรวจสอบ ถ่วงดุล และวาระเลขาธิการปปง. โดยให้มีคณะกรรมการจำนวน 15 คน จากเดิม 10 คน มาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 6 คน กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน โดยเพิ่มที่มาจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตำแหน่งเลขานุการอีก 1 คน โดยให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาจากการสรรหาของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อแต่งตั้ง โดยคณะกรรมการ ปปง. มีหน้าที่ระงับยับยั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินและการสนับสนุนการเงินเพื่อการก่อการร้าย รวมถึงทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลมาเป็นเลขาธิการปปง.ซึ่งมีวาระ 6 ปี
จากนั้น ที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปราย โดยพล.อ. สมเจตน์ บุญถนอม สนช. เห็นว่า อำนาจในการแต่งตั้งตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควรจะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา เพื่อให้กลไกตรวจสอบเกิดการถ่วงดุลที่ดี อีกทั้งวุฒิสภาถือเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโดยตรงเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่านความเห็นชอบจาก ครม. อาจเกิดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขมาตรา 20 และเสนอให้วาระเลขาธิการปปง.คงเหลือเพียง 4 ปี
ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. เห็นว่า ควรให้เกิดการถ่วงดุลจาก 2 สภา เนื่องจากประเทศไทยปกครองด้วยระบบถ่วงดุล 2 สภา และเห็นด้วยที่จะให้ลดวาระเลขาธิการปปง.เหลือเพียง 4 ปี
ในที่สุดที่ประชุมมีมติให้แก้ไขวาระดำรงตำแหน่งเลขาธิการปปง.เป็น 4 ปี จากเดิม 6 ปี และให้แก้ไขมาตรา51 เพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งเลขาธิการปปง.ก่อนวันที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ ยังสามารถทำหน้าที่จนกว่าจะครบวาระ และเมื่อพ้นวาระแล้วสามารถไปดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาสำนักงานปปง.หรือตำแหน่งอื่นๆเทียบเท่าได้ และมีมติให้ตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแทนการตรวจสอบถ่วงดุลโดยครม. ซึ่งภายหลังจากอภิปรายเรียงลำดับตามมาตราเสร็จสิ้นแล้ว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และให้ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายด้วยคะแนนเสียง150 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุมได้รับทราบประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยให้มีรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง 19 คน และให้แต่งตั้งรัฐมนตรีจำนวน 20 คน ภายใต้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจมาตรา19 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แก้ไขเพิ่มเติม 2558 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงประกาศ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2558





