"ประยุทธ์"วอนสื่อเสนอข่าวระมัดระวังเหตุระเบิดราชประสงค์ หวั่นชักศึกเข้าบ้าน ชี้จำเป็นต้องใช้ทหารเพราะดูแลสถานการณ์ไม่ปกติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองช่วงนี้ที่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความสงบ ว่า เนื่องจากเราอยู่ในฐานะที่เป็นคศช่วย ซึ่งจะมีกำลังพลเรือนตำรวจทหารตลอดจนถึงประชาชนที่จะเข้ามาช่วยกันดูแลสถานการณ์บ้านเมืองโดยไม่จำเป็นจะต้องใช้มาตรา 44 เพราะทุกคนมีหน้าที่ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน เห็นสิ่งที่ผิดปกติก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าทีพร้อมทางเอาตัวเองออกมาจากจุดที่เกิดเหตุแต่ไม่ใช่กลัวจนไม่กล้าออกมาจากบ้านไม่ใช้เงินใช้ทองประเทศชาติเสียหายอีก ใน ในทุกประเทศก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้ต่างประเทศก็มากกว่าเราเยอะ
แต่เขาก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะเขาได้สร้างความเข้มแข็งฉะนั้นประเทศไทยก็เช่นกันจะต้องมีความแข็งแรงมากกว่านี้ ทั้งตำรวจพลเรือนทหารและประชาชนจะต้องเดินไปด้วยกัน เพราะที่นี่คือบ้านของเราและประเทศของเรา ฉะนั้นอย่าให้ใครมีบทบาทกับเรามากนัก และเราจะต้องกำหนดอนาคตของประเทศไทยเราเอง รวมถึงอนาคตของประชาชนของเราเองด้วยเช่นกันเพียงแต่เราจะต้องฟังเสียงจากภายนอกด้วย อย่าเอามาเป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องทำอย่างนั้นหรืออย่างนี้ ไม่เช่นนั้นมันจะไปไม่ได้เราทำที่เราพร้อม เราไม่อยากให้ไปลากอะไรขึ้นมา
พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ความคืบหน้าการลอบวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ว่าสื่อก็พูดกันอยู่ทุกวันพูดกันเป็นครั้งพันครั้งได้แล้ว พูดพูดนะพูดได้แต่ขอให้เบาหน่อย รวมถึงการเสนอข่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ใช่พูดแต่เรื่องระเบิดกันอยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการสอบสวนมีความคืบหน้า ซึ่งมีตัวบุคคลต้องสงสัยมากขึ้นเรื่อยเรื่อย ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นขบวนการ และอาจจะเชื่อมโยงกันบริเวณศาลพระพรหมกับที่สะพานสาทร ซึ่งเราก็มีเป้าหมายแล้ว แต่ก็ได้แจ้งเตือนไว้ก่อนว่าถ้าใครรู้ตัว ก็ให้เขามามอบตัว
แต่มีคนมาบอกว่าตนโง่ไปให้พวกนี้มามอบตัว ผมก็ไม่รู้ว่าผมโง่กว่าเขาหรือเขาโง่กว่าผม ซึ่งผมก็มีวิธีการของผมเป็นกลยุทธ์ ที่จะให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ดีกว่าดีกว่าพูดอย่างเดียวแล้วไม่ทำอะไรเลยและคนที่ออกมาพูดอย่าลืมว่าที่สุดที่ผ่านมาตัวเองอยู่ในอำนาจทั้งหมด แล้วทำได้หรือไม่ในช่วงที่ผ่านมาเพราะฉะนั้นอย่าไปโทษคนนั้นคนนี้อย่างเดียวซึ่งเหตุการณ์มันเกิดมาจากสมัยไหนซึ่งเป็นสมัยที่เขาเริ่มและผมก็ไม่เคยโทษเค้า ผมก็บอกตัวเองว่าให้หาความจริงให้ได้ว่าเป็นเรื่องของการเมือง
หรือต่างประเทศต้นจันทร์กระพ้อชั้นเอกและไม่เคยให้น้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจน เราจะไปตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดออกคงไม่ได้เพราะขณะนี้โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงมีการระเบิดกันอยู่ทุกวันในประเทศทั้งโลกแล้วทำไมประเทศออสเตรเลียเขาถึงพูดมาเช่นนั้น เพราะเขาเห็นว่าเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันทำแล้วเราคงจะไปปฏิเสธไม่ได้ ที่ตนเคยบอกว่าเราอย่าไปพูดเลย เพราะว่าเราไม่ใช่ศัตรูกับประเทศใดถ้าหากเราพูดเดี๋ยวมากันใหญ่โตมันไม่ได้ อย่าเอาเราไปรบกับคนอื่นเขา อยากอยากให้คิดแบบตนในเรื่องของความมั่นคง
เมื่อถามถึงกรณีที่ต่างชาติ จะเข้ามาช่วยสืบสวนและสอบสวนพลเอกประยุทธ์กล่าวว่า ท่านทูตสหรัฐได้ติดต่อมาบอกว่ายินดีที่จะให้ความร่วมมือ และตอนนี้ก็ได้มอบหมายให้ หน่วยงานด้านความมั่นคงติดต่อไปแล้วว่าขอความร่วมมือในเครื่องไม้เครื่องมือโดยเฉพาะเครื่องมือที่ทำให้เกิดความชัดเจน เพราะของเราไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ตรวจสอบความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องใบหน้า รูปลักษณ์แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับสอบสวนที่จะเข้ามาช่วยคงไม่จำเป็นเพราะเราก็ดำเนินการอยู่ อย่าลืมว่าเราต้องช่วยตัวเอง





