"อุปทูตอเมริกา"เยือนมหาดไทยพบ"อนุพงษ์" ร่วมประณามผู้ก่อเหตุบึ้มราชประสงค์ ยินดีร่วมมือหลังเลือกตั้งคืนสู่ประชาธิปไตย
กระทรวงมหาดไทย-นายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และหารือถึงความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน ด้านอุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความสูญเสียจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น และสหรัฐอเมริกาพร้อมให้ความช่วยเหลือในฐานะมิตรประเทศของประเทศไทย
นอกจากนี้ได้หารือถึงประเด็นต่างๆ ร่วมกัน อาทิ การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอมริกาได้รับรู้และเห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหา การดำเนินการกับผู้ลี้ภัยที่จะไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามรวมทั้งสหรัฐอเมริกา และความร่วมมือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ความร่วมมือด้านการทหารผ่านโครงการ Cobra Gold ปีที่ 33 พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจในความสัมพันธ์และความร่วมมือของสองฝ่าย เชื่อว่า จะกระชับแน่นแฟ้นต่อไปเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนและประเทศทั้งสอง
"การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รัฐบาลได้ออกกฎหมายที่เข้มแข็งในการลงโทษผู้ที่ลักลอบค้ามนุษย์และเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีช่องว่างในการแสวงหาประโยชน์จากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ รวมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจในประเทศเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง" รมว.มหาดไทย กล่าวในระหว่างการหารือร่วมและว่า
สำหรับการดำเนินการกับผู้ลี้ภัยซึ่งปัจจุบันไทยมีพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ใน 4 จังหวัด มีจำนวนผู้ลี้ภัยกว่า 7 หมื่นคน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยรัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างปลอดภัย ด้วยหลักมนุษยธรรม ตลอดจนการปฏิบัติงานทะเบียนและออกใบรับรองการเกิด โดยผ่อนปรนให้ผู้ลี้ภัยฯ ได้อาศัยในเขตไทยชั่วคราวและขอความร่วมมือเร่งขั้นตอนอนุญาตให้เดินทางไปประเทศที่สาม
อย่างไรก็ตามตนได้กล่าวแสดงความขอบคุณ ในร่วมมือต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศได้มีร่วมกันมาอย่างยาวนาน หากมีสิ่งใดที่กระทรวงมหาดไทยสามารถให้การสนับสนุนขอได้โปรดแจ้ง กระทรวงมหาดไทยยินดีให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือทุกๆ ด้านอย่างเต็มที่
ต่อมาพล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางนายแพทริคอยากให้ประเทศไทยกลับไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะถือว่า มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมานาน หากกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งก็จะทำให้เกิดการร่วมมือที่ดีมากขึ้นในทุกๆด้าน สิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินงานที่ผ่านมา หากเป็นเรื่องที่ดีก็ขอให้ทำต่อไป เช่น การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ในด้านการดูแลผู้อพยพ ทางสหรัฐฯ เห็นว่า เราแบกรับภาระหนัก อีกทั้งขอให้ดูแลอย่างที่ทำมาไปก่อน พร้อมทั้งให้ความร่วมมือทุกด้าน ส่วนเรื่องเทียร์ 3 ที่ผ่านมาเราทำดีที่สุด แต่อย่างที่รู้กันมันเลยระยะเวลาประเมินไปแล้ว เราคงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้มีผลดีขึ้นต่อการประเมินในครั้งหน้า
"สำหรับการหารือถึงเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ที่ผ่านมา ทางบ้านนายแพทริค อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุมาก พอเขาได้ยินเสียง เลยรู้สึกช็อค พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ประสบเหตุทุกคน และยินดีที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือเต็มที่ หากมีการร้องขอ อีกทั้งยังขอประณามในความรุนแรงที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ในครั้งนี้ เขาเห็นคนไทยไปวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัย เลยรู้สึกว่าคนไทยอยากให้กำลังใจ ช่วยกันให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้"รมว.มหาดไทย กล่าว
เมื่อถามว่า ได้หารือกันถึงการตามล่าตัวผู้ก่อเหตุหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนได้ถามไปว่า มีหนทางที่จะช่วยเหลืออย่างไร ทางอุปทูตสหรัฐฯเขาก็ได้แจ้งไปยังรัฐบาลแล้ว ถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยได้ ให้ร้องขอมา แต่ขณะนี้รัฐบาลไทยได้ขอบคุณในความหวังดี แต่ยังไม่ได้ขอให้ช่วยเหลือแต่อย่างใด
"ขณะเดียวกันผมก็ได้สอบถามไปถึงข่าวสาร หรือข้อมูลของสหรัฐฯว่า พบเบาะแสบ้างหรือไม่ ทางเขาก็บอกว่าไม่มีเลย เพราะไม่ได้มีคนตามในกรณีนี้" รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า
นอกจากนี้ยังหารือกันในเรื่องประชาธิปไตย ก็อย่างที่เขาแสดงจุดยืนว่า เป็นอย่างอื่นไม่ได้ อยากให้เรากลับไปสู่ประชาธิปไตย กลับมาร่วมมือกันจะเป็นผลดี เพราะเขาเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในอาเซียน ทางเราก็ยังยืนยันให้เป็นไปตามโรดแม็พ รัฐบาลนี้ไม่มีความประสงค์ที่จะอยู่ในอำนาจแต่อย่างใด หวังว่า หลังเลือกตั้งแล้ว จะกลับคืนสู่ความปกติ





