สนช.ไฟเขียวโอนงบค้างท่อปี 58 เกือบ 8 พันล้านบาท ของทุกหน่วยราชการ ให้เป็นงบกลางใช้จ่ายฉุกเฉิน เผยเป็นกม.ในรอบ 50 ปี
เมื่อเวลา 10.30 น. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ..... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอโดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ การโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่ใช้จ่ายไม่หมดในบางรายการ ไปตั้งจ่ายเป็นงบกลาง เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนเงินไม่เกิน 7,917,077,700 บาท
โดยให้นายกฯ หรือรมว.คลัง เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายดังกล่าว โดยที่ประชุมเห็นชอบหลักการในวาระแรก และมีมติตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา พิจารณา 3 วาระรวดก่อนที่ประชุมจะให้ความเห็นชอบวาระ 3 ด้วยคะแนน176ต่อ 0 งดออกเสียง 4 เสียงประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้การออกกฎหมายเพื่อโอนงบจากการใช้งบประมาณไม่หมดของหน่วยราชการต่างๆไปให้งบกลางในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีการโอนงบจากส่วนราชการที่ใช้ไม่หมดไปให้งบกลางเมื่อ 50 ปีที่แล้ว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณที่สนช.ที่ผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ทำให้ร่างพ.ร.บ.เสร็จโดยเร็ว ซึ่งนายกฯจะเร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยใช้เป็นกฎหมายต่อไป นอกจากนี้นายกฯยังบอกว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ต้องการปฏิรูประบบงบประมาณของประเทศ แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ
แต่เป้าหมายสำคัญเพื่อส่งสัญญาณให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรอื่นๆว่า งบที่ผ่านสภาฯต้องเร่งรัดให้เงินไปสู่ประชาชนโดยเร็ว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน จ้างงาน และระบบเศรษฐกิจเคลื่อนไหวทั้งนี้การออกกฎหมายโอนงบประมาณลักษณะนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี หลังจากที่เคยออกไปแล้วครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่หวังว่า จะต้องออกกฎหมายโอนงบประมาณในลักษณะนี้เป็นครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 อีก ดังนั้นถือเป็นบทเรียนสำคัญของหน่วยราชการรัฐวิสาหกิจ และองค์กรต่างๆต้องระมัดระวังการใช้งบประมาณในอนาคต





