วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอนก'ชี้อยากมีประชาธิปไตย ต้องมีระเบียบ

“เอนก” ชี้อยากมีประชาธิปไตย ต้องมีระเบียบ แนะ ทหาร-ตำรวจ-นักการเมือง-ปชช.ต้องปรับตัวให้เป็นพลเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น.  สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า จัดงานสัมมราการเมืองการปกครองไทย ประจำปี 2558 โดยมีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.ยกร่างฯ) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลเมืองและชุมชน พลังเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยไทย”

โดยนายวุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการยกรร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.ยกร่างฯ) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ในฐานะเลขาธิการสถาบันพระะปกเกล้า กล่าวเปิดการสัมมนาตอนหนึ่งว่า ข้อมูลของสถาบันพระปกเกล้าขณะนี้จะนำไปสนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำสังคมกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพราะรัฐธรรมนูญจะนำประเทศเดินต่อไปได้ ซึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของสถาบันพระปกเกล้า คือ การสร้างองค์ความรู้ ได้แก่ ประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธี ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ของพระปกเกล้าในอีก 5 ปีข้างหน้า คือ 1.การสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมมากกว่าการวิจัยแล้วเก็บไว้ เช่น การเพิ่มทุนสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ และเปิดพื้นที่สำหรับแสดงผลงาน 2.วิจัยชี้ทิศทางปัญหาสาธารณะที่ตอบโจทย์วิกฤตสังคม เช่น การปรองดอง และการปฏิรูป ที่ทำวิจัยและใช้ได้จริง และ 3.วิจัยแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น กระบวนการนิติบัญญัติไม่ควรขึ้นอยู่กับความคิดเห็น แต่ควรตัดสินจากข้อมูลเชิงประจักษ์

นายเอนก กล่าวว่า ระบอบความคิดเรื่องประชาธิปไตยของยุโรปนั้น เขามองประชาธิปไตยเป็นแบบตัวแทน คือ การเลือกผู้แทน โดยให้บทบาทของประชาชนมีหน้าที่โหวต เลือกผู้แทน มีหน้าที่เป็นราษฎร เคารพกฎหมาย เสียภาษี ไปเลือกตั้ง โดยสอนว่าอย่าคิดแต่เรื่องส่วนรวม อย่าฝืนธรรมชาติ ทำผลประโยชน์ส่วนตัวให้ดีผลประโยชน์ส่วนรวมจะดีเอง เช่น เมื่อทุกคนทำธุรกิจ แข่งกันทำธุรกิจ ประชาชนเป็นผู้ซื้อ เศรษฐกิจจะดีขึ้นเอง ซึ่งประเทศไทยก็ใช้ในรูปแบบนี้ แต่ในรอบ 5-10 ปีมานี้ประชาธิปไตยแบบนี้เริ่มปัญหา ซึ่งเราต้องกลับมาคิดกันว่าทำอย่างไรให้ประชาธปิไตย ก่อนหน้านี้เวลาเราคิดถึงประชาธิปไตย เราจะชี้นิ้วไปที่นักการเมือง ชี้นิวไปที่ทหาร น้อยครั้งมากที่จะชี้นิ้วไปที่ประชาชนหรือพลเมือง ซึ่งวิธีคิดที่ปลอดภัยที่สุดคือ อย่าไปคิดสุดขั้ว นักการเมือง ทหาร ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองด้วยกันหมด โดยทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองมากขึ้น ให้ประชาชนมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง มีส่วนสำคัญต่อบ้านเมือง เพิ่มการศึกษาให้ทุกชนชั้นทุกกระดับเข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น ให้การศึกษาทางการเมืองมากขึ้น

นายเอนก กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างฯ มีการเขียนไว้ว่ารัฐบาลต้องทำให้ประชาชนเป็นพลเมือง ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือกรณีระเบิดที่แยกราชประสงค์ที่ผ่านมา มีหมออาสา ล่ามอาสา วิมอเตอร์ไซค์อาสา ประชานนแห่บริจาคเลือดเป็นจำนวนมาก เพราะเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ดังนั้น การช่วยประชาชนไม่ใช่ช่วยให้พ้นจากความจนเท่านั้น แต่ต้องทำให้ประชาชนเป็นคนจนที่ยิ่งใหญ่ เป็นชนชั้นกลางที่ยิ่งใหญ่ อย่าคิดว่าคนชั้นสูงเป็นพลเมืองไม่ได้ นักการเมือง หมอ ประชาชน ก็เป็นพลเมืองได้ แต่คนไทยขาดการพูดเรื่องพลเมือง ทำให้หลายอย่างต้องปรับปรุง

“ที่ผ่านมาเมื่อนักเรียนไม่พอใจที่อาจารย์ที่ให้เกรดไม่ดี นักเรียนก็ประท้วง สังคมก็ไปว่าอาจารย์ แต่แท้จริงแล้วเราต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมด้วย ว่าการที่อาจารย์ให้เกรดไม่ดีเพราะคำนึงถึงการศึกษาของประเทศต่างหาก นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าเมื่อมีการปฏิรูปทหาร ตำรวจ มหาดไทย บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ขึ้นมาปกป้องพลประโยชน์ของตนเอง แต่ทำอย่างไรที่จะทำให้ประสานผลประโยชน์เหล่านี้ไปยังส่วนรวมได้ด้วย”นายเอนก กล่าว

นายเอนก กล่าวต่อว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ของง่าย ที่จะมีรัฐธรรมนูญดีๆมากสักฉบับและขอให้ทุกคนปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนี้มันไม่ใช่ ถ้าอ่านประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสมีประชาธิปไตยมีความวุ่นวายวกวนมากกว่าบ้านเรามาก ประเทศไทยเรานี่ปกติที่สุด ธรรมดาที่สุดแล้ว เป็นราคาที่ไม่แพงหรอกที่เราเอาประชาธิปไตยที่ไม่ตรงกับนิสัยเราเลย นั่นคือ ความเป็นพลเมือง มีความสงบ มีความอดกลั้น มีความคิดว่าความคิดเราไม่ได้ถูกเสมอไม่ ไม่คิดว่าเราอยากได้อย่างเดียว ดังนั้น จะมีแต่ประชาธิปไตยแต่ไม่มีระบบไม่มีระเบียบคงไม่ได้ ประเทศไทยมีประชาธิปไตยมา 83 ปีแล้ว เราคิดต่างกันได้ แต่ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ด้วย ถ้าเสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรเสียงส่วนน้อยต้องคล้อยตาม แต่เสียงข้างมากก็อย่างทำให้เสียงส่วนน้อยต้องมาตามเสียงข้างมากทั้งหมด 

นายเอนก กล่าวต่อว่า เราปรับตัวเป็นประชาธิปไตย เพราะเราปรับไปตามกระแสโลก ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลก โลกว่าอะไรดีเราก็คล้อยตามเขาไปหมด โลกว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดีไปหมดนั้น แต่ต้องถามว่าตอนนี้ประชาธิปไตยแบบชาติตะวันตกทำไมไม่ค่อยดีกำลังถดถอย แต่ประเทศจีนที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์กำลังเจริญรุ่งเรือง ดังนั้น คงต้องมานั่งคิดว่าประชาธิปไตยเป็นระบอบเดียวที่ดีที่สุดในการปกครองจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมืองไทยมีความสงบ สันติ ปรองดองพอสมควร แต่ไม่ใช่ปรองดองในระดับสูงเลยทีเดียว แต่คงไม่ปล่อยให้บ้านเมืองมีการตีกัน

“ถามว่าผมหวังอะไรกับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผมคงหวังว่าอะไรมากไม่ได้ คงต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของสปช. ในวันที่ 6 ก.ย.นี้เสียก่อน และคงต้องให้ผ่านประชามติ ซึ่งคาดว่าน่าจะทำประชามติกันได้ในเดือนก.พ.2559 เพราะต้องมีกระบวนการขั้นตอนหลายอย่างกว่าจะลงประชามติได้ ทั้งกระบวนการพิมบัตรและการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนด้วย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับบนี้ไม่ได้คิดแค่เรื่องประชาธิปไตยเท่านั้น แต่เสาเอกคือคิดถึงเรื่องพลเมืองด้วยอย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนไปลงประชามติแล้ว ท่านคือวีรบุรุษของผมไม่ว่าท่านจะให้ผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันยาวเหลือเกินตั้ง 285 มาตรา”นายเอนก กล่าว