คสช.แถลงสถานการณ์แยกราชประสงค์สู่ภาวะปกติแล้ว เผยผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ออกจากรพ.55ราย เหลือ68ราย
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการติดตามสถานการณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงข่าวเหตุระเบิดราชประสงค์ ผ่านโทรทัศน์ โดยพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษคสช. แถลงว่า สถานการณ์ในภาพรวมอยู่ในความเรียบร้อย ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ รวมทั้งได้มีการแสดงความเห็นอกเห็นใจ และให้กำลังใจต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตอย่างท่วมท้น ตลอดจนมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสร้างสรรค์
สำหรับการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและติดต่อญาติผู้เสียชีวิต ที่สำคัญได้อำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสารขอรับเงินช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งปัจจุบันติดต่อได้แล้ว จำนวน 53 ราย สำหรับส่วนที่เหลือหน่วยต่างๆ ก็จะเร่งรัดดำเนินการต่อไป ในส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขจะช่วยเหลือในเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
ทั้งนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ก็ยังคงตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด และจัดชุดสายตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างๆ ให้การรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญได้จัดกำลังเพิ่มเติมเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นใจและลดความวิตกกังวลให้กับนักท่องเที่ยว สำหรับการสอบสวนคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานผลว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับการติดตามเบาะแสของผู้ต้องสงสัยไปแล้วอย่างมาก และขณะนี้อยู่ระหว่างนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบผลการพิสูจน์ด้านนิติวิทยาศาสตร์กับวัตถุพยานที่รวบรวมได้จากที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมอื่นๆ
สำหรับยอดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันนี้ ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว จำนวน 55 ราย คงเหลือรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ จำนวน 68 ราย ทั้งนี้ ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องขอขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชน โดยเฉพาะในเรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ ในการตักเตือนและแนะนำการแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งนี้ก็คงต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการสร้างความเชื่อมั่น ว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่มีความสุขและความเอื้ออาทรต่อชนทุกชาติและศาสนา ที่เดินทางเข้ามาประกอบกิจการหรือท่องเที่ยวในประเทศของเรา





