"วิษณุ"เผยไม่เคยใช้คำสั่งที่3ในม.44หลังบึ้มราชประสงค์ ที่ให้อำนาจทหารเป็นเจ้าพนักงาน ชี้มาตรการที่มีอยู่ก็เพียงพอ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ในขณะนี้ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว คำสั่งที่ 3 ที่ระบุให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารในการเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันและปราบปรามเหตุไม่สงบต่อความมั่นคง และมีอำนาจเรียกบุคคลรายงานตัว เข้าเคหะสถานตรวจค้น รวมถึงจับกุมตัวและช่วยเหลือเจ้าพนักงานสืบสวนนั้น ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ยังไม่มีแนวคิดที่จะแก้ไขคำสั่งให้มีความเข้มข้นขึ้นแต่อย่างใด ตามที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า มาตรการที่มีอยู่นั้นน่าจะเพียงพอในการรับมือสถานการณ์ แต่ว่าถ้าถึงจุดหนึ่งที่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ และมีกลุ่มเบื้องหลังอะไรที่ลึกลับซับซ้อนเป็นพิเศษ เช่น สมมุติว่ามีการวางระเบิดจุดอื่น ก็จะยกระดับเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เกิดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม หากเป็นเช่นนั้นจะพิจารณามาตรการอื่น ขณะนี้ยังมองไม่เห็นอะไร เพราะว่าใช้มาตรการตำรวจตามปกติ จะใช้มาตรการตามคำสั่งมาตรา 44 ที่ได้เคยออกไว้แล้วก็ยังคงใช้ได้อยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการใช้คำสั่งที่ 3 ในการให้เจ้าพนักงานเข้าตรวจค้นเคหะสถานต่างๆ หรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่เคยทำถึงขั้นนั้น เขียนอำนาจไว้ให้เต็ม แต่เวลาใช้จริงนั้นจะเลือกใช้ ส่วนถ้าต่อไปพบเบาะแสใด ๆ ที่แสดงถึงความสลับซับซ้อนวุ่นวาย และอาจจะบานปลาย คำสั่งที่ 3 ตามมาตรา 44 อาจจะเอาไม่อยู่ ก็ต้องคิดคำสั่งใหม่ ขณะนี้หวังว่าอาจจะไม่จำเป็นถึงขั้นนั้น เพราะวันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น สาเหตุคืออะไร
ต่อข้อถามที่ว่าการเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นในรัฐบาลทหารนั้นถือว่าท้าทายรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่จะมอง แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการท้าทาย เพราะเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุโดยที่เราก็ไม่รู้ว่าต้นเหตุจริงๆ คืออะไร พวกก่อกวนก่อความรำคาญก็มี พวกหวังผลทางการเมืองก็พวกหนึ่ง พวกหวังให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยทำลายเศรษฐกิจซึ่งคนละอย่างกับพวกก่อความรำคาญพวกหนึ่ง พวกที่เป็นอิทธิพลการเมืองนอกประเทศก็เป็นอีกพวกหนึ่ง และก็มีอีกหลายพวก
ฉะนั้นจะมองว่าเป็นการหยามน้ำหน้ารัฐบาลทหาร ตนก็คิดว่าไม่น่าจะขนาดนั้น เพราะว่ารัฐบาลพลเรือนก็เจอมาตลอด ตนเคยอยู่กับรัฐบาลมาหลายชุด ทราบเรื่องโยนระเบิดที่นั่นที่นี่ เพียงแต่ว่าไม่เคยเสียชีวิตมากขนาดนี้ เราจัดไว้ในประเภทก่อกวนสร้างความรำคาญ ในอดีตนั้นเขาอาจจะต้องการสังหารคนก็ได้ อาจจะบังเอิญไม่มีใครเดินผ่านเท่านั้น อย่างการโยนระเบิดที่ท่าเรือสาทรนั้นก็ไม่ทราบว่าจงใจโยนลงน้ำหรือตั้งใจโยนไปท่าเรือแล้วพลาดไปลงน้ำ ต้องรอฟังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ราชประสงค์เป็นพื้นที่สัญลักษณ์ทางการเมืองนั้นจะมองเชื่อมโยงถึงการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรายังไม่รู้สาเหตุเราก็ตอบไม่ถูก แต่ว่าตรงนั้นจะเรียกว่าเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ทางการเมืองนั้นก็ไม่เชิง รู้อย่างเดียวว่ามันที่ชุมนุมของคน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นที่ชุมนุมคน ก็เป็นจุดเสี่ยงทั้งนั้น และคนที่คิดจะทำนั้น หากคิดจะก่อความรำคาญก็ต้องก่อในที่อีกแบบหนึ่ง ถ้าทำอย่างนั้นในที่อีกแบบหนึ่งก็อาจจะเป็นเหตุทางการเมืองหรืออย่างอื่นที่ไม่ใช่การก่อรำคาญ
"ก็ตอบไปเล่นๆ โก้ๆ จริงๆ ไม่ได้รู้อะไรหรอก" นายวิษณุ กล่าว





