วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง-ไม่ด่วนสรุปเหตุบึ้มราชประสงค์

"สรรเสริญ"เผยรัฐบาลเสียใจอย่างสุดซึ้ง ลั่นดูแลผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตดีที่สุด ระบุนายกฯยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง-ไม่ด่วนสรุปเหตุบึ้มราชประสงค์

ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อปรารภของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ต่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า นายกฯ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครม.ว่าเมื่อช่วงเช้านายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์โดยมีใจความสำคัญว่า ในนามรัฐบาลไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งไปยังผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รัฐบาลขอให้คำยืนยันว่าจะดูแลเรื่องการรักษาพยายาม ดูแลผู้เสียชีวิตและครอบครัวอย่างดีที่สุด และจะดำเนินการในเรื่อง อื่นๆ ที่มีการขอร้องมาอย่างดีที่สุด เพราะถือว่าเป็นภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ด่วนตัดสินหรือสรุปว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นมีมูลเหตุจูงใจจากอะไร หรือจากการปฏิบัติของกลุ่มใด ซึ่งมีข้อสันนิษฐานหลายกรณีด้วยกัน แม้ช่วงแรกที่เกิด สถานการณ์จะมีสิ่งบอกเหตุหรือดัชนีบางประการที่จะชี้วัดได้ว่า การเกิดเหตุนั้นน่าจะมาจากสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตาม แต่ ณ เวลานี้ นายกฯไม่อยากให้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง รอให้รวบรวมหลักฐานทุกอย่าง ทั้งประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ วัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ และภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งจะขอความร่วมมือจากประชาชนให้ส่งภาพทั้งตอนเกิดเหตุ ก่อนและหลังการก่อเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ตัวเลขที่ชัดเจนของผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดมีทั้งสิ้น 20 คน เป็นชาวมาเลเซีย 2 คน ชาวจีน 2 คน ชาวฮ่องกง 2 คน ชาวสิงคโปร์ 1 คน ชาวไทย 5 คน และที่ยังระบุสัญชาติไม่ได้อีก 8 คน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บในเบื้องต้นมี 125 คน เป็นชาวมาเลเซีย 2 คน ชาวจีน 28 คน ชาวฮ่องกง 2 คน ชาวไทย 42 คน ชาวญี่ปุ่น 1 คน ชาวสิงคโปร์ 2 คน ชาวอินโดนีเซีย 1 คน ชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ชาวโอมาน 1 คน ชาวมัลดีฟส์ 1 คน และผู้บาดเจ็บที่ยังไม่สามารถระบุสัญชาติได้อีกประมาณ 43 คน 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯได้สั่งการรัฐมนตรีจำนวน 6 คน ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สาธารณสุข นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย เป็นตัวแทนนายกฯและครม.เดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ ในขณะนี้ 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า การเกิดเหตุร้ายลักษณะระเบิดที่แยกราชประสงค์เป็นเรื่องที่ป้องกันค่อนข้างลำบาก ทุกประเทศคงเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาแล้ว ประเทศไทยก็ไม่ได้แตกต่าง เพราะฉะนั้น โอกาสจะเกิดเหตุก็ยังมีอยู่ แต่สิ่งสำคัญซึ่งนายกฯได้กำชับคือ ใครมีความเป็นมืออาชีพมากกว่ากัน หมายความว่า รัฐบาลของประเทศไหนจะบริหารสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการก่อเหตุร้ายได้ดีกว่ากัน ทั้งข้อมูลข่าวสาร การสร้างความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ดูแลพื้นที่ต่างๆให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างที่สุด และการดำเนินภารกิจอื่นๆ ของประเทศต้องเดินต่อไปได้ เหล่านี้คือความเป็นมืออาชีพของประเทศไทยที่นายกฯ เน้นย้ำ จึงสั่งการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่าต้องร่วมกันบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา ให้เดินไปได้คู่กันอย่างดีที่สุด 

"ในขณะนี้ต้องเรียกความเชื่อมั่นศรัทธากลับมาโดยเร็ว เราต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่อยากให้คนไทยได้รวมใจรวมพลัง ส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวผู้สูญเสีย อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนก รับฟังข้อมูลอย่างมีสติ โดยให้รับฟังข้อมูลอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ อย่าหลงเชื่อข่าวลือโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือว่าเป็นข้อมูลจริงหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้น ต้องรอการตรวจสอบ รวมถึงอย่าได้เผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่มีความชัดเจนผ่านช่องทางต่างๆ ออกไป แต่ไม่รวมถึงกรณีส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีการเปิดศูนย์บริการ สายด่วน 1599 อย่างไรก็ตาม ยังขอวิงวอนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการแจ้งเบาะแสต่างๆ ของเหตุการณ์ล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้น หรือเหตุการณ์น่าสงสัยอื่นๆ ในอนาคต ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวต่อว่า ในขณะนี้ี่เจ้าหน้าที่ต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพื่อจะดูแลความปลอดภัยหลังจากนี้เพื่อให้สังคมเกิดความมั่นใจได้ว่า สามารถควบคุมได้ทั้งพื้นที่เกิดเหตุ พื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมาก และต้องติดตามสอบสวนข้อมูลทุกกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งการโพสต์ข้อมูลล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ หรือข้อมูลที่เผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดีย จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูล ไม่สามารถละเว้นกรณีใดๆได้เลย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับการประมวลจากทุกทิศทางเป็นข้อมูลที่มีความถูกต้อง และดำเนินการอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน เพราะถือเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะเรียกความเชื่อมั่นให้กลับสู่ประเทศไทย โดยขอร้องไม่ให้นำเสนอภาพความสยดสยองที่บันทึกจากที่เกิดเหตุ เพราะหากเผยแพร่ไปแล้วจะยิ่งส่งผลต่อสถานการณ์ของประเทศให้เลวร้ายลงมากขึ้น นอกจากนั้น นายกฯ ยังฝากข้อห่วงใยในการตั้งคำถามของสื่อในเชิงชี้นำเพื่อให้เห็นว่าจะมีผลกระทบใดๆ ตามมา จนอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

จนสังคมขยายความต่อจนก่อให้เกิดความเสียหายขาดความน่าเชื่อถือ ทุกภาคส่วนจึงต้องช่วยกันทุกวิถีทางทำให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ได้รับความเชื่อมั่นทั้งจากในและต่างประเทศอีกครั้ง 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกฯ ได้ชื่นชม นำ้ใจคนไทย โดยระบุว่า "รัฐบาลขอแสดงความชื่นชมอย่างที่สุดต่อน้ำใจของคนไทยที่ได้แสดงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ แม้ว่าควันจากแรงระเบิดจะยังไม่ทันจาง พี่น้องประชาชนบริเวณแยกพระพรหมต่างก็วิ่งเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ วินมอเตอร์ไซค์ร่วมใจกันบริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และทันทีที่สภากาชาติขอรับบริจาคโลหิตก็มีพี่น้องประชาชนคนไทยหลั่งไหลไปบริจาคอย่างมากกมาย แม้จะเป็นเวลาค่ำคืนก็ตาม นี่คือน้ำใจของคนไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดเราจะไม่ทิ้งกัน และไม่เคยลืมน้ำใจแบบไทยๆ ที่ปลูกฝังอยู่ในสายเลือด รัฐบาลขอขอบคุณและชื่นชมด้วยความซาบซึ้งใจ"