แกนนำ "เพื่อไทย" จี้กมธ.ร่างรธน ปรับบทบัญญัติ คืนอำนาจอธิปไตยให้ปชช. อย่าซ่อนแผนเผด็จการครองเมือง
เมื่อเวลา 10.30 น. อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย, นายชวลิต วิชยสุทธิ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตส.ส.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านนางนรีวรรณ จินตกานนท์ และนายปรีชา วัชราภัย รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ทบทวนบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง โดยนายสามารถ กล่าวด้วยว่า ตนทราบว่าในวันที่ 17 – 18 ส.ค. นี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมลับเพื่อพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเชื่อว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีเวลาตัดสินใจในประเด็นที่ถูกทักท้วงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง
ทางด้านนางนรีวรรณ กล่าวว่า ตนจะรับความเห็นดังกล่าวไปให้นายบวรศักดิ์ เพื่อพิจารณาทั้งนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังมีเวลาที่จะพิจารณาข้อเสนอต่างๆ ไปจนถึงวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ได้กำหนดว่าจะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าการพิจารณาเขียนร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งนี้ยอมรับว่าในข้อเสนอของพรรคการเมืองนั้นอาจไม่สอดคล้องกับที่ประชุมบ้างแต่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พยายามเขียนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมมากที่สุด
ทั้งนี้ หลังยื่นหนังสือ นายสามารถ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าการเขียนบทบัญญัติในบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.สรรหา จำนว 123 คนมาจากการสรรหา โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ และกำหนดให้อำนาจพิเศษแก่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ นั้น ตนเชื่อว่าเป็นบทบัญญัติที่ต้องการจะให้อำนาจเผด็จครองเมืองตลอดไป โดยเฉพาะกรณีที่กำหนดให้กรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีหน้าที่พิเศษในการคลี่คลายวิกฤตนั้น และมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเปรียบเหมือนกับการเตรียมรถดับเพลิงไว้รอระงับเพลิงไหม้ นั้น ตนเป็นห่วงว่าจะมีผู้สร้างสถานการณ์ไปจุดไฟเพื่อให้รถดับเพลิงถูกใช้ กล่าวคือ อาจมีผู้ที่สร้างวิกฤต เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ใช้กลไกในอำนาจพิเศษ
“ผมเชื่อว่าหากร่างรัฐธรรมนูญเขียนซ่อนอำนาจไว้แบบนั้น แม้สปช. จะลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แต่จะไม่ผ่านประชามติโดยประชาชนแน่นอน เพราะประชาชนรู้ว่าอำนาจของประชาชนนั้นถูกริบ ส่วนกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยจะมีส่วนร่วมต่อการรณรงค์ต่อประชาชนก่อนการทำประชามตินั้น ขณะนี้ต้องพิจารณาด้วยว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะผ่อนปรนคำสั่งที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมใดๆ หรือไม่” นายสามารถ กล่าว
นายสามารถ กล่าวด้วยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับกรณีที่จะมีคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับรัฐบาลปรองดอง เพราะเชื่อว่าในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์คงไม่สามารถพูดคุยกันได้ แม้จะสามารถรวมเป็นคณะรัฐบาลเดียวกันแต่เมื่อคนไม่พูดคุยกัน นโยบายไม่เหมือนกัน การทำงานคงไม่มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตามตนมองว่าความต้องการที่จะให้เกิดรัฐบาลปรองดอง บนเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อต้องการให้มีนายกฯ คนนอก
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญไม่ยอมแก้บทบัญญัติและร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พรรคเพื่อไทยจะลงเลือกตั้งหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่าขณะนี้ยังเร็วไปที่จะให้คำตอบ ดังนั้นต้องรอพิจารณาไปทีละขั้นตอนก่อน





