วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

พี่สาว-เมีย'ชูวงษ์' ร้องให้กองปราบทำแทน

พี่สาว-เมีย"ชูวงษ์" ร้องผบ.ตร.ขอโอนคดีตายให้กองปราบทำแทน

มีรายงานความคืบหน้ากรณีคลี่คลายปมปริศนาการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มหาเศรษฐีหมื่นล้าน จากชุดทำงานแจ้งว่า ขณะนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล อยู่ระหว่างการรอผลสรุปสำนวนคดีเกี่ยวกับเรื่องการโอนหุ้นจากทางกองบังคับการปราบปรามให้แล้วเสร็จเสียก่อน เนื่องจากฝั่งของนครบาลเองมีหน้าที่ดูในส่วนของสถานที่เกิดอุบัติเหตุเพื่อสรุปว่าเป็นการฆาตรกรรม หรืออุบัติเหตุนั้น ต้องรอผลจากทางกองพิสูจน์หลักฐาน ระบุสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เนื่องจากทางตำรวจชุดทำงานได้ส่งหลักฐานทุกชิ้นไปให้หมดแล้ว

สำหรับการรวบรวมสำนวนคดีนั้น ทางคณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 40 ปาก อาทิ ญาติผู้เสียชีวิต ก๊วนตีกอล์ฟ เจ้าหน้าที่และพนักงานภายในสนามกอล์ฟ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ครบทุกประเด็นที่ทางตำรวจตั้งข้อสงสัยไว้ แต่ยังไม่สามารถระบุ หรือชี้ชัดได้ว่าจะสามารถเป็นมูลเหตุการฆาตรกรรมหรือไม่ แต่ทางตำรวจต้องยอมรับว่า การทำคดีนี้ถือว่าล่าช้าไป 15 วันหลังจากวันเกิดเหตุ อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ทั้งนี้ ทางตำรวจต้องทำการรวบรวมทั้งพยานหลักฐานให้ครบรอบด้าน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมสั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) นำโดย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร.ซึ่งมาช่วยงานพิสูจน์หลักฐานคดีดังกล่าว ทำการจำลองเหตุการณ์ โดยจะนำรถยนต์ยี่ห้อรุ่นเดียวกับคันที่เกิดเหตุมาขับจำลองเหตุหารณ์ตั้งแต่สนามกอล์ฟ โดยจะขับด้วยความเร็วเทียบเท่ากับคำให้การของนายบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์ ที่เคยให้ปากคำไว้ จนมายังจุดที่ประสบอุบัติเหตุ เพื่อนำมารวมในสำนวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 14.30 น.วันนี้ นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี และน.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี ภรรยาและพี่สาวของนายชูวงษ์ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผบ.ตร.เพื่อขอความเป็นธรรม โดยขอให้คดีการเสียชีวิตจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาให้ตำรวจกองปราบทำคดีแทน