วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยแกนนำแดงมีเสียงถอดถอนสูงสุด

สนช.ไม่ถอด 248 อดีตส.ส. เผยแกนนำแดงมีเสียงถอดถอนสูงสุด

รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อดำเนินการกระบวนการถอดถอนอดีตส.ส.248 คนออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ประกอบมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.โดยไม่ชอบ โดยเป็นขั้นตอนการลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนหรือไม่ สำหรับเสียงที่จะสามารถถอดถอนอดีตส.ส.ได้นั้นจะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่า 3ใน 5 หรือจำนวน 132 เสียง จากจำนวนสนช.ทั้งหมด 220 คน

ทั้งนี้ ก่อนการลงคะแนนนั้น นายพรเพชรได้แจ้งต่อที่ประชุมโดยสรุปข้อกล่าวหาของป.ป.ช. และการโต้แย้งข้อกล่าวหาของอดีตส.ส. 248 คน รวมทั้งตั้งกรรมการนับคะแนนจำนวนทั้งสิ้น 60 คน แบ่งเป็นสนช. 36 คนและเจ้าหน้าที่อีก 24 คน จากนั้นได้ให้สมาชิกลงคะแนนในเวลา 11.00 น.ด้วยการขานชื่อเรียงตามอักษร เข้าคูหากาบัตรลงคะแนนซึ่งมีเพียง 2 ช่องคือถอดถอนและไม่ถอดถอน พร้อมทั้งขอให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุมเพื่อป้องกันการถ่ายภาพการลงคะแนนของสมาชิก เนื่องจากได้จัดคูหาลงคะแนนไว้กลางห้องประชุม โดยสมาชิกใช้เวลาลงคะแนนทั้งสิ้นประมาณ 2 ชั่วโมง 

จากนั้น ที่ประชุมจึงเริ่มนับคะแนน ปรากฏว่ามีสมาชิกสนช.มาลงคะแนนจำนวน 203 คน ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร.และสนช. ได้รับมอบหมายให้ร่วมเป็นกรรมการนับคะแนนด้วย แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนตัวให้สนช.คนอื่นมาเป็นแทน เนื่องจากอ้างว่าติดภารกิจ ขณะที่พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.และสนช. ได้ขอลาการประชุม อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้เวลานับคะแนนนานกว่า 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าผลการลงมติไม่สามารถถอดถอนอดีต ส.ส.ทั้ง 248 คนได้ เนื่องจากคะแนนถอดถอนไม่ถึงตามข้อบังคับคือ 132 คะแนนขึ้นไป โดยทั้ง 248 คนแยกเป็น 3 กลุ่มตามฐานความผิดดังนี้ กลุ่มแรก มีอดีตส.ส.จำนวน 237 ฐานเข้าชื่อเสนอกฎหมายและร่วมลงมติในวาระ 1 2 และ3 ปรากฏว่าการลงมติไม่มีคนใดถูกถอดถอน โดยคะแนนเฉลี่ยของเสียงถอดถอนอยู่ที่ 59 เสียง ไม่ถอดถอน 142 เสียง และไม่ออกเสียง 1 เสียง ส่วนกลุ่มที่สองจำนวน 1 คนคือ นายอภิรัต ศิรินาวิน อดีตส.ส.พรรคมหาชน ในฐานเข้าชื่อเสนอกฎหมายและลงมติเฉพาะวาระที่ 2 และ3 โดยผลการลงมติเสียงถอดถอน 59 เสียง ไม่ถอดถอน 140 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง ขณะที่กลุ่มที่สามมีจำนวน 10 คน กรณีเข้าชื่อเสนอกฎหมายและลงมติเฉพาะวาระที่ 1 และ 3 ซึ่งผลปรากฏว่า ไม่มีใครถูกถอดถอน โดยมีคะแนนเสียงเฉลี่ยถอดถอน 59 เสียง ไม่ถอดถอน 142 เสียง และไม่ออกเสียง 1 เสียง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงถอดถอนสูงสุดนั้นอยู่ในกลุ่มแรก โดยมีเสียงถอดถอน 60 คะแนนขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงและออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์โต้ตอบทางการเมือง อาทิ นายสุนัย จุลพงศธร ได้เสียงถอดถอน 64 เสียง ไม่ถอดถอน 136 เสียง และไม่ออกเสียง 2 เสียง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นั้นได้เสียงถอดถอนสูงที่สุดคือ 66 เสียง ไม่ถอดถอน 134 เสียง และไม่ออกเสียง 2 เสียง นายวิทยา บุรณะศิริ ถอดถอน 63 เสียง ไม่ถอดถอน 137 เสียง และไม่ออกเสียง 2 เสียง นายก่อแก้ว พิกุลทอง ถอดถอน 63 เสียง ไม่ถอดถอน 137 เสียง ไม่ออกเสียง 2 เสียง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ถอดถอน 61 เสียง ไม่ถอดถอน 137 เสียง ไม่ออกเสียง 2 เสียง นพ.เหวง โตจิราการ ถอดถอน 65 เสียง ไม่ถอดถอน 134 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง และนายวัฒนา เมืองสุข ถอดถอน 65 เสียง ไม่ถอดถอน 133 เสียง ไม่ออกเสียง 3 เสียง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ได้รับคะแนนเสียงถอดถอนน้อยที่สุดนั้นอยู่ในกลุ่มสามคือ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ได้เสียงถอดถอน 55 เสียง ไม่ถอดถอน 143 เสียง และไม่ออกเสียง 3 เสียง 

ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 แจ้งต่อที่ประชุมด้วยว่า ขั้นตอนจากนี้จะแจ้งมติให้กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา และอดีตส.ส. 248 คนซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าว และคณะรัฐมนตรี(ครม.) และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบต่อไป จากนั้นจึงสั่งปิดประชุมในเวลา 17.00 น. ใช้เวลาในการดำเนินการกระบวนการลงมติถอดถอนทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง