วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.เสนอญัตติทำประชามติ ให้มีรัฐบาลปรองดอง

สปช.กลุ่มยกร่างรธน. เสนอญัตติทำประชามติ ให้มีรัฐบาลปรองดอง กันขัดแย้งหลังเลือกตั้ง วิปฯสปช.​รับไว้พิจารณา เตรียมถกวันที่ 18 ส.ค.​นี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ( วิปฯ สปช.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับญัตติที่สปช.ร่วมกันเสนอ ซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับการตั้งคำถามเพื่อประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยขณะนี้มีกลุ่ม สปช.​ที่ร่วมยื่นญัตติมาแล้วทั้งสิ้น 2 ญัตติ ได้แก่ ญัตติร่วมกันของนายไพบูลย์​ นิติตะวัน และนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สปช.​ที่เสนอให้ตั้งคำถามว่า ขอให้มีการปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่

โดยเริ่มตั้งแต่ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประกาศใช้เป็นต้นไปและญัตติร่วมกันของนายประสาร มฤคพพิทักษ์  สปช.​กับนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  ที่เสนอว่า“ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการมีกลไกป้องกันและขจัดความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยอย่างน้อย 4 ปีแรกหลังใช้รัฐธรรมนูญให้มีรัฐบาลปรองดองเพื่อการปฏิรูป ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัด ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ 360 เสียง จากจำนวนสมาชิกฯ 450 คน”  

ทั้งนี้ที่ประชุมสปช. จะนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาและให้สมาชิกสปช. อภิปรายโดยไม่มีการลงมติตัดสินในวันที่ 18 ส.ค. นี้ สำหรับกลุ่มสปช. ที่จะเสนอญัตติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมสามารถส่งญัตติได้ตามข้อบังคับการประชุม ได้จนถึงวันที่ 18 ส.ค.  เวลา 09.00 น.​ และหากที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นแล้ว จะมีการลงมติตัดสินในวันเดียวกันกับที่มีการประชุมสปช. เพื่อลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ  โดยกระบวนการจะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือถามว่าควรมีคำถามเพิ่มในการทำประชามติหรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรมี จะดำเนินการลงมติอีกครั้งว่าจะใช้คำถามใด            

ส่วนญัตติที่เสนอให้สปช.เปิดประชุมเพื่อพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญหลังจากที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ที่ประชุมเห็นว่าไม่สามารถรับและดำเนินการได้ เนื่องจากตามกติกาที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558 กำหนดว่าเมื่อสปช.ได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้รอการพิจารณาไว้15 วัน ซึ่งจะไม่สามารถเปิดประชุมเพื่ออภิปรายใด ๆ ได้ แต่หากสปช.จะจัดเวทีอย่างไม่เป็นทางการสามารถทำได้ตามสิทธิของสปช. ส่วนการเปิดเผยเอกสาร หรือเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนมองว่าควรทำหลังจากที่สปช.ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจกับประชาชน แต่หากเผยแพร่ไปก่อนแล้วสปช.ลงมติไม่เห็นชออบก็จะไม่มีความหมาย        

นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมสปช.​วันที่ 18 ส.ค.​จะมีวาระรับทราบรายงานผลการศึกษาของอนุกมธ.ศึกษาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ที่มีนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานอนุฯโดยจะเปิดให้สปช.อภิปรายในเนื้อหา แต่ไม่มีการลงมติ         

นายไพโรจน์ พรหมสาสน์ วิป สปช. กล่าวว่านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้รายละเอียดว่าในวันที่ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญต่อสปช.​นั้นจะมีเอกสารรวม 3 ฉบับที่ส่งมาให้พิจารณา คือ รายงานการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ, ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่..... พ.ศ.... และ เอกสารเจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่...​พ.ศ.....  และคาดว่าจะส่งเอกสารทั้งหมดให้สปช.ได้ ในวันที่ครบกำหนดเวลาส่งมอบ คือ ภายในวันที่ 22 ก.ค. นี้        

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเอกสารการเสนอญัตติกลุ่มของนายประสารและนายเอนก ที่เสนอให้นายเทียนฉาย กีรนันทน์ ประธานสปช. พิจารณานั้น ไม่ได้ลงวันที่ที่นำส่ง และไม่มีการลงเลขรับตามกระบวนการราชการ เหมือนกับเอกสารการยื่นญัตติของสปช. ที่ยื่นญัตติไปก่อนหน้านี้ แต่ได้มีการลงลายมือชื่อของนายเทียนฉาย รับรอง และเขียนข้อความระบุว่า “โปรดนำเสนอคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ” วันที่ 13ส.ค.58 ขณะที่การร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติ มีสปช. จำนวน10 คนร่วมลงชื่อ โดยทั้งหมดเป็นสปช.​ที่มีตำแหน่งกมธ..ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ