ตำรวจภาค 4 ถกผู้การฯ และตัวแทนสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ 12 จังหวัดอีสานบน เร่งแก้ปัญหาหนี้ตำรวจ มั่นใจ 52 รายไม่ล้มละลาย
ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 ประชุมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทุกจังหวัดในภาคอีสานตอนบน เพื่อสรุปผลการเจรจาและแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังอยู่ระหว่างการถูกฟ้องล้มลาย
พล.ต.ท.บุญเลิศ เปิดเผยว่า การให้ออกจากราชการของข้าราชการตำรวจจากการถูกยื่นฟ้องล้มละลายและพิทักษ์ทรัพย์นั้น ขณะนี้ยังมีเพียง 5 รายที่ จ.อุดรธานีเท่านั้น และจากการประชุมหาข้อสรุปในวันนี้ผู้ที่มีปัญหาการเป็นหนี้สิน ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เริ่มผิดสัญญา แต่ต้องไม่ขาดชำระติดต่อกันเกิน 3 งวด ส่วนกลุ่มที่ 2 ขาดการชำระหรือผิดเงื่อนไขเกิน 3 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างการฟ้องแพ่ง ฟ้องบังคับใน 2 กลุ่มนี้มีประมาณ 500 คน ซึ่งได้มีการเจรจา ประนอมหนี้จนถือว่าผ่านวิกฤตกันแล้ว
ส่วนกลุ่มที่ 3 ซึ่งให้ความสำคัญมากเพราะเป็นกลุ่มที่เรียกว่ากลุ่มล้มละลาย ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นตอนนี้ 52 คน กระจายทุกจังหวัดของภาค 4 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาพยานหลักฐานของศาลและการเจรจา ซึ่งกลุ่มนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องล้มละลายหรือถึงขั้นให้ออกเพราะยังไม่สิ้นสุดเหมือนกับ 5 คนก่อนหน้านี้
“ในกลุ่มนี้จึงกำชับผู้บังคับการทุกจังหวัด ให้เร่งหาวิธีการประกบกับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคล เพื่อให้หาทางออกได้ ทั้งเข้าไปดูแลด้านสวัสดิการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วินัยด้านการใช้จ่าย ลดความกดดัน จนไม่ให้เกิดความเครียด หรือถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย และในภาพรวมเองนั้นก็มีโดยวิธีปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่กับเจรจาหาแนวทางร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่เชื่อและมั่นใจว่าทั้ง 52 คนนี้ไม่ถูกออกจากราชการอย่างแน่นอน”พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าว
สำหรับผู้ที่ถูกให้ออกแล้ว ทั้ง 5 คนนั้น พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า ที่จังหวัดอุดรธานีนั้นไม่ใช่ไล่ออกแต่ให้ออกเพราะขาดคุณสมบัติ ทุกคนออกไปยังมีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ แต่ที่จะอุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชานั้นก็เป็นสิทธิที่จะทำได้ และในส่วนของผู้ที่สามารถผ่านเงื่อนไขการเจรจาไปได้ ก็ต้องมีวินัยปรับพฤติกรรม การใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย เพื่อไม่ให้กลับมาสู่วังวนเดิมจนสุดท้ายแก้ไขไม่ได้
ผบช.ภาค 4 กล่าวอีกว่า ในการแก้ปัญหาหนี้สินแม้จะเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่เพื่อขวัญและกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชา จะต้องไม่ละเลย ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากแต่ละคนด้วยต้องเปิดใจ เข้ามา และตอนนี้ถือว่าแทบทุกคนได้รับโอกาสและเดินเข้ามาร่วมเจรจากับผู้บังคับบัญชา และธนาคารเจ้าหนี้ส่วนการช่วยเหลือโดยเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจนั้น ก็ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลเช่นกัน เพราะแต่ละคนมีเงินเดือน เงินถูกหักและเงินเหลือใช้ไม่เท่ากัน
ด้านด.ต.วิลาส ชินเสนา ผบ.หมู่ จราจร สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกหนี้ธนาคารออมสินเช่นเดียวกับเพื่อนตำรวจอีกหลายคนในจังหวัดขอนแก่น โดยกู้เงินเต็มวงเงิน 1.5 ล้านบาทเหมือนคนอื่น และนำเงินไปลงทุนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้มีปัญหาผ่านชำระหนี้ แต่เนื่องจากเป็นคนที่ไม่เคยย่อท้อ ได้หาอาชีพเสริม โดยเลือกมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ในเวลาว่างจากการทำงานประจำ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย ตอนนี้สามารถผ่านวิกฤตไปได้ ไม่ถูกฟ้องและการชำระหนี้ก็ดำเนินการไป





