"เทียนฉาย"ระบุสปช.ลงมติร่างรธน.อย่างอิสระ ส่งมอบงานปฏิรูปให้"ประยุทธ์"13 ส.ค. นี้ ด้าน “บวรศักดิ์” ไม่กังวลข่าวสปช. ไม่รับร่างรธน.ใหม่
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงถึงการจัดงาน สปช. รายงานประชาชน เรื่อง เปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช. ในวันที่ 13 ส.ค. เวลา 08.00 – 17.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยจะเป็นผลการศึกษาและแนวทางการปฏิรูปที่สปช. ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ เบื้องต้นภายในงานได้จัดพื้นที่รองรับผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน ดังนั้นเพื่อความสะดวกขอให้ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า ทั้งนี้จากงานวันดังกล่าวแล้วจะถือว่าเป็นการจบภารกิจของสปช. และเป็นช่วงเวลาที่รอรับร่างรัฐธรรมนูญ จาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และพิจารณาให้ความเห็นชอบ
โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า สปช. จะใช้วิจารญาณพิจารณาและลงมติโดยอิสระ ส่วนที่มีสปช.ระบุว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนได้ยินเสียงคนเพียงคนเดียว ดังนั้นจึงไม่ใช่กระแสของการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่สังคมเข้าใจ ทั้งนี้ตนคงไม่สั่งให้หยุดพูดเพราะจะกลายเป็นจุดจบของประชาธิปไตย ทั้งนี้ สปช.ทุกคนมีสิทธิใช้วิจารณญาณที่ถ่องแท้วินิจฉัยด้วยตนเอง หลังจากที่ได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ออกมาจากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะสามารถบอกได้โดยเหตุและผลและภูมิปัญญาของตนเองว่าควรตัดสินอย่างไรสำหรับประเทศชาตินี้
“สำหรับการรวมกลุ่มของสปช. เพื่อพูดคุยหรืออภิปรายถือเป็นปกติ แต่ไม่ใช่กิจกรรมของสภาฯ เพราะสภาฯ จะไม่มีกิจกรรมใดๆ หลังจากรับร่างรัฐธรรมนูญ จนถึงมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ”นายเทียนฉาย กล่าว
ด้าน น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. คนที่ 2 แถลงรายละเอียดการจัดงาน ว่า ในวันดังกล่าวจะเปิดงานด้วยเวทีเสวนา โดยนายเทียนฉาย จะเปิดใจกับนายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส จากเครือเนชั่น จากนั้นแบ่งเวทีย่อย 6 กลุ่มเพื่อนำเสนอประเด็นต่างๆ ได้แก่ ระบบการเลือกตั้งที่สุจริตยุติธรรม, กลไกป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบและการบังคับใช้กฎหมาย, ขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ, ขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเห็นธรรมทางสังคม, กลไกของรัฐที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพคนและพลเมือง โดยหลังจากการรับฟังแนวทางการปฏิรูปแล้วเสร็จ ในช่วงเวลา 16.00 น. จะมีพิธีส่งมอบผลงานทั้งหมดให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบื้องต้นได้ส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมงานแล้ว
ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสปช. คนที่ 1 ฐานะประธาน กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงด้วยว่า ในวันที่ 22 ส.ค. นี้จะครบกำหนดที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สปช. พิจารณา ซึ่งตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 กำหนด สปช. ต้องรอพิจารณาไว้ 15 วัน และเมื่อครบแล้ว ซึ่งเบื้องต้นจะครบกำหนดในวันที่ 5 ก.ย. จะต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 3 วัน ซึ่งจะอยู่ในช่วง วันที่ 5 – 7 ก.ย. นี้ และเมื่อสปช. ลงมติร่างรัฐธรรมนูญแล้วงานของสปช. ยังต้องดำเนินการต่อ เพราะร่างรัฐธรมนูญในภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและปรองดอง ได้นำหลักการสำคัญของการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน สปช. โดยกมธ.ปฏิรูปของสปช. ทั้ง 18 คณะเห็นชอบไปบัญญัติไว้ จำนวน 4 มาตรา และมีรายละเอียดของการปฏิรูปในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ จำนวน 29 มาตรา ที่จะเสนอให้สปช. เห็นชอบในเร็วๆ นี้ ดังนั้นเมื่อสปช.เห็นชอบและร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติจะเท่ากับงานของสปช. ที่ทำมาเกือบ 1 ปี ได้นำไปปฏิบัติต่อ แต่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็จะเท่ากับการสิ้นสุดของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และสปช. จากนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา และต้องรอให้พิจารณาด้วยว่าจะนำประเด็นปฏิรูปที่สปช. เสนอบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายบวรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านสปช. มีบทบัญญัติด้วยว่าให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งส.ว., พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
"ผมไม่กังวลกับประเด็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมา ผมมองว่าในส่วนของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปรารถนาให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน แต่เมื่อสปช. ส่วนใหญ่ใช้วิจารณญาณแล้วเห็นว่าไม่ควรผ่าน ถือว่ารับได้ และไม่ใช่การเสียของ แต่จะทำให้เวลายืดออกไปอีก" นายบวรศักดิ์ กล่าว





