กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปัดคสช.กดดันประเด็นที่มาส.ว. ด้าน"ไพบูลย์"เผยวาง 3 แนวทางทบทวน เชื่อได้ข้อยุติ 10 ส.ค.นี้
น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 - 11 ส.ค.นี้ กมธ.ยกร่างฯจะนำประเด็นที่ค้างการพิจารณาและประเด็นที่มีการเรียกร้องให้ปรับแก้ไขมาหารือใหม่ โดยเริ่มต้นจากประเด็นที่มาของวุฒิสภา (ส.ว.) ต่อด้วยสัดส่วนของโครงสร้างคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และประเด็นการจัดเก็บและจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ทั้งนี้ประเด็นที่มาของส.ว.ที่มีข่าวว่า คสช.ต้องการให้มี ส.ว.สรรหา นั้น ยืนยันว่ากมธ.ยกร่างฯไม่ได้เกิดความรู้สึกกดดันหรืออึดอัดในการทำงานแต่อย่างใด เนื่องจากการพิจารณาไม่ว่าจะเป็นมาตราใดก็ตาม กมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาตามที่ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมเสนอเข้ามา โดยประเด็นที่มาของส.ว.นั้น เราก็ได้มีการปรับแก้ไขตามคำขอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอให้ที่มาของส.ว.นั้นมาจากการเลือกตั้ง จำนวน 77 คน และมาจากการสรรหา จำนวน 123 คน
ทั้งนี้เข้าใจว่าขณะนี้การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการดำเนินการแล้ว จึงทำให้มีประเด็นต่าง ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการให้มีส.ว.แบบสรรหาทั้งหมดหรือคว่ำร่าง ซึ่งโดยหลักการของกมธ.ยกร่างฯนั้น เราพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย แต่ต้องฟังอย่างมีสติด้วยความรอบคอบ ซึ่งการพูดอะไรของ สปช.ต้องมีเหตุผล
ส่วนประเด็นที่มีข่าวออกมาว่ากมธ.ยกร่างฯได้หยิบยกกรณีคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้งของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาหารือในช่วงการพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์เป็นรายมาตรานั้น ไม่เป็นความจริง เราไม่ได้หยิบยกตัวบุคคลมาหารือแต่อย่างใด พิจารณาเฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น
ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างฯ กล่าวยืนยันว่า เท่าที่มีการหารือกับสมาชิกกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ไม่เห็นว่ามีใครรู้สึกอึดอัด กับการปรับแก้ไขประเด็นที่มา ส.ว. เนื่องจาก กมธ.ยกร่างฯมีหน้าที่พิจารณาประเด็นสำคัญทุกเรื่อง เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงจะมารู้สึกอึดอัดกับเรื่องใด ๆ ไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ ดังนั้นตามที่มีข่าวออกมา ว่ารู้สึกอึดอัดน่าจะเป็นความเห็นส่วนตัวของกมธ.ยกร่างฯบางคนเท่านั้น สำหรับประเด็นที่มาส.ว. จะมีการนำมาพิจารณาทบทวนในวันที่ 10 ส.ค.นี้ โดยเบื้องต้นจากการที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนทางกมธ.ยกร่างฯจึงได้วางแนวทางในการพิจารณาทบทวนประเด็นที่มาส.ว.ไว้ 3 แนวทาง คือ แนวทางที่1. พิจารณาว่าจะคงหลักการเดิมให้มีส.ว.เลือกตั้ง 77 คน และส.ว.สรรหา 123 คน หรือไม่ แนวทางที่ 2. ประเภทของส.ว.สรรหาทั้ง 4 กลุ่มที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญมีความหลากหลายเกินไปหรือไม่ แนวทางที่ 3 รูปแบบที่มาของคณะกรรมการสรรหา ทั้ง 4 กลุ่ม มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตามประเด็นส.ว.จะต้องได้ข้อยุติในวันดังกล่าวแน่นอน
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า หลังจากพิจารณาประเด็นที่ค้างการพิจารณาครบแล้ว ในวันที่ 13-14 ส.ค.นี้กมธ.ยกร่างฯจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ความถูกต้องและความเรียบร้อยของร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้เสร็จ และในวันที่ 17-19ส.ค.นี้ กมธ.ยกร่างฯจะได้เชิญผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 กลุ่ม มารับฟังเหตุผลในการปรับแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญ





