ศาลฎีกาเลือกตั้ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี "ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์"สปช.ระนอง หลังวินิจฉัยตามคำร้อง กกต.แจกใบแดง ไม่สุจริต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวาน (6 ส.ค.) ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)จังหวัดระนอง มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันคำสั่ง จากการกระทำที่ไม่สุจริตในการเลือกตั้งส.ว.ระนอง เมื่อปี 2557
โดยคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องเป็นคดีหมายเลขดำ ลต (สว) 3/2558 ขอให้วินิจฉัยเรื่องการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ.57 มีพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค.57 โดยนายศักดา ก็เป็นผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ว.ระนอง
ต่อมาวันที่ 29 เม.ย.57 กกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ว.ดังกล่าว ให้นายศักดา ได้เป็น ส.ว.ระนอง แต่ปรากฏว่าการเลือกตั้งดังกล่าวในส่วนของนายศักดา ไม่เป็นไปโดนสุจริต เที่ยงธรรม เนื่องจาก นายศักดา ได้แจก หรือเป็นผู้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลแจกปฏิทินประจำปี 2557 ซึ่งปฏิทินนั้นมีรูปหรือตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และภาพบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ อยู่บริเวณตรงกลางปฏิทิน การแจกปฏิทินดังกล่าวให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนน เป็นการเอาเปรียบผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ว.รายอื่น ซึ่งเป็นการจูงใจให้ลงคะแนน และมีเจตนาในการจัดทำปฏิทินเพื่อใช้หาเสียงโดยให้ผู้มีสิทธิลงคะแนน ทราบว่านายศักดา ได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53(1) ซึ่งเป็นการกระทำไม่สุจริตเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง มีผลให้การเลือกตั้ง ส.ว.ระนองในส่วนของนายศักดา ไม่ได้เป็นโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.จึงขอให้ศาล ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ฯ ม.111 และ122 ให้เพิกอนสิทธิเลือกตั้ง ของนายศักดา เป็นเวลา 5 ปี
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยแล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ม.43 บัญญัติว่า ห้ามไม่ให้พรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมืองผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง ช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้สมัคร ส.ว.หรือผู้เข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว.ให้ได้รับเลือกตั้งหรือได้รับการสรรหา ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และมีโทษทางอาญา ตามมาตรา 111 ที่บัญญัติว่า กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือเจ้าหนาที่ของพรรคการเมืองใด ช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้ลงสมัครเลือกตั้ง หรือผู้เข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว.นั้น ตาม ม.43 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ฯ ม.49 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า วิธีการหาเสียงเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามบทบัญญัติในส่วนนี้ และพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ดังนั้น การแจกปฏิทิน ที่มีตราสัญลักษณ์พรรคการเมือง กับภาพของ ส.ส.จังหวัดนั้น ที่สังกัดพรรคการเมือง จึงเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป็นการอ้างหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า พรรคการเมืองดังกล่าวสนับสนุนตน ทั้งที่พรรคการเมืองไม่อาจสนับสนุนผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ว.คนใดได้
การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในเวลาใดๆ ก่อนเลือกตั้ง หากเป็นการกระท้ำเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนน เลือกตนเอง ย่อมเข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ฯ ม.111 และ 122 ที่ผู้สมัคร กระทำการใดๆ โดยไม่สุจริตเพื่อให้ตนเองได้รับเลือกตั้ง และยังฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองฯ ทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ คดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า กรณีเป็นไปตามคำร้องของกกต.
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง





