ภรรยา"บิลลี่" จี้ดีเอสไอทำคดีสามีหายเป็นคดีพิเศษหลังหายตัว 1 ปีไม่คืบ พร้อมขอคุ้มครองพยานอ้างถูกข่มขู่ให้ยุติคดี
กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)-นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ พร้อมด้วยน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปนานกว่า 1 ปี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอเพื่อขอให้รับสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ รวมถึงเร่งรัดการสืบสวนคดี โดยน.ส.พิณนภา กล่าวว่า ต้องการสอบถามความคืบหน้าของคดีหลังพบว่าดีเอสไอได้ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริงและเก็บพยานไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แล้วแต่ยังไม่ทราบผล ดังนั้นต้องการให้ดีเอสไอเร่งรัดการสืบสวนและเสนอรับเป็นคดีพิเศษโดยเร็ว
ทั้งนี้ ยังต้องการให้ดีเอสไอรับคุ้มครองพยาน เนื่องจากหวาดกลัวว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัย เพราะมีคนในพื้นที่พยายามบอกให้ยุติคดีไม่เช่นนั้นอาจต้องหายตัวไปเหมือนบิลลี่ นอกจากนี้ยังพบว่านายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษา อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกย้ายออกนอกพื้นที่ได้กลับมาอยู่ในพื้นที่อีกครั้ง
ด้านพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะผู้รับเรื่อง กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานหลายอย่างเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่ผลการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ แต่ยืนยันว่าดีเอสไอยังเดินหน้าสืบสวนพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง และมีการขอขยายเวลาสืบสวนมาตลอด หากผลการตรวจพิสูจน์ไม่มีพยานหลักฐานเพิ่มก็จะสรุปเสนออนุกรรมการกลั่นกรองให้พิจารณาว่าเข้าข่ายเสนอเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งโดยหลักการจะพิจารณาคดีว่ามีความสลับซับซ้อน มีผลกระทบในวงกว้าง หรือมีผู้อิทธิพลเกี่ยวข้องหรือไม่
สำนวนคดีในพื้นที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขณะนี้ตนยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคดีฆาตกรรมหรือไม่ แต่ยอมรับว่าคดีการหายตัวของบุคคลอาจเป็นเหตุผลหนึ่งในการพิจารณารับเป็นคดีพิเศษได้ ส่วนกรณีที่ภรรยาขอคุ้มครองพยานจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบว่ามีเหตุอันควรหรือเข้าเงื่อนไขให้รับเข้าคุ้มครองพยานหรือไม่ด้วย





