"อนุพงษ์"ยกทีมบิ๊กมหาดไทยลงใต้ ประเดิมคุยรับฟังปัญหาพื้นที่ ชงมอบนโยบายแนวทางการทำงาน 5 จังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันนี้(6 ส.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะมีกำหนดการประชุมมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจข้าราชการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกำหนดออกเดินทางจากจากกรุงเทพฯโดยเครื่องบินแอมแบร์ไปยังจังหวัดสงชลา แล้วเดินทางต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา โดยเฮลิคอปเตอร์ ในเวลา 10.00 น. เพื่อร่วมรับฟังรายงานการปฏิบัติงานจากหน่วยงานในพื้นที่และมอบนโยบายการปฎิบัติงาน ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา เวลา 13.00 น. ขณะเดียวกันจะมีการร่วมประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัดในพื้นที่จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และจังหวัดสตูล และนายอำเภอ จำนวน 37 อำเภอ
จากนั้นมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังโรงเรียนบ้านบันนังบูโย จ.ยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมงานด้านการพัฒนาที่ดำเนินงานโดยศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา และตรวจฐานชุดคุ้มครองตำบลกรงปินัง บ้านเจาะกาหยี หมู่ที่ 3 อ.กรงปินัง จ.ยะลา และเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กลับไปยังกองบิน 56 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยเครื่องบินแอมแบร์ กำหนดการถึงกรุงเทพฯในเวลา 18.30 น.
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เดิมต้องเป็นกำหนดการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ท่านอยากจะไป แต่ติดภารกิจในหลายงาน ทำให้ไม่มีเวลา จึงมอบให้ตนไปแทน สำหรับแนวทางที่จะไปมอบต่อข้าราชการในพื้นที่นั้น เป็นไปตามนโยบาย 7 ยุทธศาสตร์ ของรัฐบาลที่มีอยู่ เราก็จะไปรับฟังสรุปการดำเนินการในพื้นที่ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม
พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ดำเนินการอยู่ เราจะไม่ไปก้าวก่ายทั้งสิ้น เพียงแค่ไปรับฟังข้อมูล และไปให้ความคิดเห็นเท่านั้น ถือว่า ไปติดตามงานที่นายกฯมอบหมาย ในฐานะตัวแทนรัฐบาล รวมถึงจะขอไปพูดคุยกับฝ่ายปกครอง คือนายอำเภอ ซึ่งมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ที่จะต้องบูรณาการทั้งงานพัฒนา และความมั่นคง
"อยู่ที่ตัวนายอำเภอ ผมจะไปพูดคุย ถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น การดำเนินการเป็นอย่างไร ขณะที่การประเมิน ผมอยากรู้ว่า สิ่งที่ทำไปออกมาเป็นอย่างไร ด้านกำลังพลอาสาสมัครรักษาดินแดน และชุดคุ้มครองตำบลที่รับผลกระทบจากความไม่สงบ จนได้รับบาดเจ็บ ก็จะไปพูดคุยด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันละเอียดอ่อน ผมไม่ขอพูดดีกว่า จะขอคุยกับผู้ปฏิบัติเขาโดยตรง หากพูดออกไปแล้วอาจเกิดเป็นประเด็นส่งผลให้เกิดการชี้เป้าได้" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว


