"พล.ต.ท.สุวิระ"เผยจับเพิ่มคดียูฟัน ระดับตัวแม่ 2 ราย ชักชวนหรือโน้มน้าวใจให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงทุน
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.,พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. ร่วมแถลงการจับกุม น.ส.กัญญา หรือณัฐนันท์ ธุระตา อายุ 44ปี ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1318/2558 ลงวันที่ 23มิถุนายน2558 และนายเจตนิพิฐ วรรัฐพรยศ อายุ 45ปี ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่1312/2558 ลงวันที่ 23มิถุนายน2558 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ,และร่วมกันกระทำความผิดมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า น.ส.กัญญา หรือ ณัฐนันท์ เป็นสมาชิกระดับแม่ทีม มีหน้าที่เป็นผู้บรรยายแผนรายได้ของบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด และชักชวนหรือโน้มน้าวใจให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงทุน โดยมีการถ่ายภาพคู่กับสิ่งของที่มีมูลค่าและเงิน ก่อนจะโพสต์ลงเฟสบุ๊กเพื่อเป็นการโปรโมท จากการตรวจสอบมีสมาชิกกว่า 5,000 คน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 68 ล้านบาท โอนให้กับบริษัท ยูฟัน ส่วนนายเจตนิพิฐ มีการชักชวนประชาชนทั่วไปให้มาทำธุรกิจกับบริษัท ยูฟัน โดยใช้เฟสบุ๊ก ร่วมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้บุคคลอื่น ทราบถึงการทำธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเพื่อให้มาร่วมลงทุน ประกอบกับมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนและให้การยืนยันว่า นายเจตนิพิฐ เป็นผู้ชักชวนจนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาทำธุรกิจ โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทยูฟัน พร็อพเพอร์ตี้ (ไทยแลนด์) และบริษัท ยูเทรดดิ้ง ร่วมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 14 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า ตำรวจแยกคดีออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของคดีอาญา ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน , ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งได้สรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการไปแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมส่งฟ้องในข้อหาฟอกเงินต่อไป นอกจากนี้พบว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นทนายหรือผู้ที่สามารถประสานงานกับบุคคลในกระทรวงยุติธรรม เพื่อวิ่งเต้นเรื่องคดีให้กับผู้ต้องหายูฟัน แต่ขอยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ไม่สามารถช่วยคนผิดในคดีนี้ได้ เนื่องจากตำรวจชุดทำงานทุกคนทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะนำทรัพย์สินที่ยึดมาได้คืนกับผู้เสียหายให้ได้
น.ส.กัญญา กล่าวว่า รู้จักธุรกิจยูฟันโดยเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับนายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ หรือโน้ต หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้า ก่อนจะตัดสินใจร่วมลงทุนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เป็นเงิน 17,500 บาท เมื่อได้กำไรก็จะนำเงินลงทุนเพิ่ม จนขณะนี้รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ในส่วนที่มีภาพตนถ่ายรูปคู่กับกองเงิน และรถหรูโพสต์ลงในเฟสบุ๊คนั้น เป็นเพียงการจัดฉากของนายรัฐวิชญ์ เนื่องจากต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้คนเชื่อว่าธุรกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จทำแล้วจะได้รายได้ดี ทั้งนี้ยืนยันว่าทั้งเงินและรถหรูที่ถ่ายรูปด้วยนั้นเป็นของนายรัฐวิชญ์ ไม่ใช่ของตนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตนไม่ทราบว่าธุรกิจผิดกฎหมายจึงหลงเชื่อเป็นสมาชิก
ขณะที่นายเจตนิพิฐ กล่าวว่า เพิ่งเริ่มลงทุนธุรกิจยูฟันไม่นาน โดยก่อนหน้านี้ยอมรับว่ารู้สึกกลัวว่าธุรกิจดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือไม่ จึงพยายามหาข้อมูล และศึกษา กระทั่งทางบริษัทนำเอกสารทางราชการและให้ข้อมูลจนตนเชื่อว่าถูกกฎหมายจึงตัดสินใจร่วมลงทุน เป็นเงิน 35,000 บาท ก่อนจะได้กำไรมาเรื่อยๆ โดยยอมรับว่ารู้สึกตกใจมากที่ธุรกิจเติบโตเร็ว เพราะตนชักชวนสมาชิกเพียง 8 คน แต่กลับมีลูกข่ายถึง 5,000 คน และก่อนหน้านี้ก็เคยทำธุรกิจขายตรงมาหลายบริษัทแต่ยังไม่เคยเจอบริษัทใดได้กำไรขนาดนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากมีข่าวจับกุมผู้บริหารยูฟัน จึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับบริษัทอีกเลย และล่าสุดเมื่อเข้าพรรษาที่ผ่านมาได้ปฏิบัติธรรม ก่อนจะเตรียมตัวบวช แต่มาทราบจากนายณัฐพล จิรสมิทธา และน.ส.วรวีร์ ไชยะ สองผู้ต้องหาที่เพิ่งเข้ามอบตัวไปเมื่อวันที่3 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าตนมีหมายจับจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ





