"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนขรก. เผยสัปดาห์หน้า เริ่มจ้างงานคนได้รับผลกระทบในพื้นที่ภัยแล้ง ลั่น รบ.นึกถึงคนจนมากกว่าคนรวย
ที่ห้องประชุมกระทรวงอุตสาหกรรม ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4 โดยมีนายจักรมณฑ์ ผาสุกวานิช รมว.อุตสาหกรรม นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ โดยภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล หรือตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือทุกส่วนราชการ ซึ่งจากรายงานและเอกสารการดำเนินงานเป็นไปตามหลักการที่สั่งการทั้งหมด นั้นคือสิ่งที่ตนอยากให้เรียนรู้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ไม่ใช่เพื่อประชาสัมพันธ์ แต่ใช้เพื่อสร้างความเข้าใจว่า วันนี้เราทำอะไรกันอยู่ บางอย่างไม่มีการสร้างการรับรู้มากเท่าไร ความขัดแย้งมันก็มากขึ้น ตนอยากให้ช่วยตรงนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สรุปแนวทางในการปฏิบัติงานกระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบายรัฐบาล ที่รัฐมนตรีรับไปดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ตนได้มาย้ำให้ทุกหน่วยให้ชัดเจนขึ้น อะไรที่เร่งด่วน จะเป็นการดำเนินงาน ปี 57-59 ระยะปานกลาง 5 ปี จะเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสิ่งที่ต้องทำระยะยาว 20 ปี เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของชาติ ซึ่งรัฐบาลเดินหน้าแบบนี้ วันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม กฎหมาย การอำนวยความสะดวก มาตรการสิทธิประโยชน์ จะทำอย่างไรให้เกิดเมืองอุตสาหกรรมขึ้นในประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมพิเศษก็ว่ากันไป เพราะเป็นเรื่องอนาคต ทุกอย่างต้องเดินแบบนี้ไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องของผังเมืองกระทรวงมหาดไทยกำลังดูอยู่ เพื่อความชัดเจนขึ้น ซึ่งเรื่องของผังเมืองอย่าไปกังวล ผังเมืองเขาเพียงแต่เขียนมาว่าพื้นที่ควรจะทำอะไรอย่างไร ถ้ามีความจำเป็นก็จะไปดูกัน มันก็ปรับได้ทั้งหมด ถ้ามันจะต้องเกิดตรงนี้แล้วไปเขียนคุมไว้ทั้งหมด มันล็อกไว้มากๆก็ทำไม่ได้ ก็เกิดอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ต้องหาทางออก ทั้งนี้สำคัญต้องดูแลประชาชนที่จะได้รับผลกระทบว่าจะเดือดร้อนอะไรไหม ถ้าเขาเดือดร้อนต้องมีการเยียวยาไหม ต้องหาที่อยู่ใหม่หรือเปล่า แต่ก็ต้องมอง 2 ด้าน มองทั้งส่วนบุคคล มองความเจริญเติบโตของท้องถิ่น ของประเทศด้วย ประเทศไทยมันแบ่งแยกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันก็ไปตั้งตรงนั้นตรงนี้ได้ ประเทศไทยต้องดูแลกันทั้งหมด รัฐบาลต้องดูแลคน 70 ล้านคน ทุกกิจกรรมก็ต้องตั้งตรงนี้บ้าง ตรงนั้นบ้าง มีปัญหาก็ทำความเข้าใจกัน ถ้าไม่ได้ก็ต้องยอมรับในความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตร่วมกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าวันนี้ด้านเศรษฐกิจเรามีปัญหาจากปัจจัยภายในและภายนอก อะไรก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่เราเน้น วันนี้คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ว่าประเทศจะสามารถเดินหน้าไปได้อย่างไร จะมีรายได้จากอะไรบ้าง การลงทุนจากตรงไหน กิจการใด วันนี้พูดกันชัดเจน ข้อสำคัญทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ปล่อยคนใดคนหนึ่ง งานของใครไปรบกันเอง เพราะงานเกี่ยวพันหลายกระทรวง ประเทศไทยเดินด้วยเกษตรอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ความขัดแย้งก็จะสูงขึ้น คนยากจนก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ หนี้สินครัวเรือนก็สูงขึ้น กิจการใดๆ ที่ลงทุนไปแล้ว และกู้หนี้ยืมสิน มันขายได้ไม่ดี หรือแข่งขันกับเขาไม่ได้ มันก็กลายเป็นหนี้เสียไปอีก ทั้งหมดรัฐบาลต้องมาแก้
นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครัวเรือนก็ 3 แสนกว่าล้านบาท หนี้สินชาวไร่ชาวนากำลังดูว่าจะทำอย่างไรให้เขาหลุดจากตรงนี้ เพราะระยะสั้นมันคงไม่ได้ ก็แค่บรรเทาตามความเร่งด่วน สำหรับเรื่องภัยแล้งวันนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจความเสียหายในส่วนที่ต้องดูแลตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วเดิม คือพวกที่ปลูกแล้วเสียหาย พวกที่เสียโอกาส เพราะไม่ได้ปลูกต้องดูให้ทั่วถึง ไม่ใช่ทุกคนจะเรียกร้องได้ให้เท่ากันหมด มันไม่ได้ กำลังดูอยู่ แต่สิ่งที่เท่าเทียมกันคือการจ้างงานในพื้นที่ เป็นโครงการขุดลอก ทำความสะอาด ปรับแต่งคันดิน ขุดบ่อน้ำ เหล่านี้เดี๋ยวจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์ในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดให้งบประมาณไปแล้ว จะจ้างงานทั้งเป็นรายบุคคล และโครงการด้วย ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีเม็ดเงินอีกหนึ่งก้อน เพื่อให้เกษตรกรไปปลูกพืชชนิดอื่น ให้ทุนเขาด้วย เพราะบางพื้นที่ปลูกไปก็ไร้ค่า ปลูกไปก็ตายอีก เพราะน้ำไม่มี แนวโน้มก็จะไม่มีไปเรื่อยๆ เพราะปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ขอหลายฝ่ายเข้าใจด้วย
เมื่อถามว่าหนี้สินครัวเรือนมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งหมดกำลังรวบรวมมา ต้องมาแยกแยะว่าต้องมีการช่วยเหลือในเรื่องการชะลอการชำระหนี้ พักหนี้ อะไรก็แล้วแต่ โดยใช้ทั้งกลไกกของรัฐ กลไกธนาคารพาณิชย์ ปัญหาอย่างกังวลตรงนั้น ถ้ามันช่วยแก้ไขตรงนี้ได้ แล้วมีรายได้เพิ่มมันถึงจะยุติ ถ้าแก้ไปอย่างนี้วันหน้าก็เกิดขึ้นอีก ถ้ารายได้มันยังไม่เกิด ถ้าเขาจะทำการเกษตรอยู่แบบนี้ มันก็เป็นแบบนี้ วันหน้ามันก็กลับมาใหม่ อีก 3 แสนล้านบาทอยู่อย่างนี้ ท่านก็ต้องช่วยเรา 2 ทางคือ 1.ถ้าเขาเริ่มลดหนี้ตรงนี้ไปได้ ลดการใช้จ่ายของท่านได้ โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย แล้วช่วยลดหนี้สินไปอีกระยะ มันจะค่อยๆดีขึ้นเอง มีบัญชีครัวเรือนด้วย แต่ถ้าเอาเงินอย่างเดียวมันก็กลับมาที่เก่าหมด เพราะไม่แก้ในระบบ ไม่แก้ในตัวของตัวเอง ในครอบครัวตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องดู
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราเอามาดูทั้งหมด ทั้งหนี้ครู หนี้เกษตรกร มันมีกี่อาชีพ หนี้ทั้งนั้น หนี้คนประเทศเท่าไร หนี้ครัวเรือนอีกเท่าไร แต่การเป็นหนี้ครัวเรือนเดี๋ยวเราค่อยๆแก้ไป เพียงแต่ไม่อยากให้เดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ อย่างพ.ร.บ.การเช่าที่ดิน ให้ราคาเป็นธรรม และพ.ร.บ.ทวงถามหนี้ รัฐบาลก็ออกไปแล้วเพื่อความเป็นธรรม ทำทั้งหมดให้
“วันนี้รัฐบาลนึกถึงคนจนมากกว่าคนรวย จำคำพูดผมไว้ แต่ทำไมถึงต้องทำให้คนรวยเขาด้วย เพราะมันสร้างห่วงโซ่ถึงกัน ถ้าเขาลงทุนตรงนี้ได้ เกิดตรงนี้ได้ โดยรัฐอำนวยความสะดวกในสิ่งที่มันถูกต้อง ชอบธรรม เป็นธรรม เป็นการค้าเสรี แข่งขันกัน เขาก็เดินหน้าของเขาไป เราก็จะส่งเสริมสนับสนุน เปิดตลาดต่างๆ เพื่อให้เขาเอาเงินกลับเข้ามาในประเทศ เชื่อมโยงกับธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก โซเชียลบิสเน็ต มันก็จะเกิดกลไกเหล่านี้ ที่ผ่านมา มันไม่ได้โยงกันแบบนี้ มันก็ดึงกันทั้งระบบอย่างนี้แหละ” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฉะนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นหลักในการสร้างรายได้ และอาชีพ แต่จะต้องเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวที่ไม่มีมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม เรารู้ปัญหาทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องฟังกันบ้าง อะไรที่เป็นผลการวิจัย อะไรที่ตรวจสอบกันแล้ว ก็ฟังกันบ้างสิ อย่าคิดเอง วันนี้ก็มีหลายส่วนด้วยกัน ทั้งเจตนาดีและเจตนาไม่ดี ทั้งการเมือง ทั้งอะไรเข้ามาตีกัน จนทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง แล้วท่านจะอยู่อย่างไรในวันหน้า ไม่มีไฟฟ้าใช้ที่เพียงพอ ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมอาชีพ รายได้ให้คนในพื้นที่ แล้วจะอยู่กันอย่างไร มันจะต้องแก้ปัญหาหนี้สินอย่างนี้ไปเรื่อยๆหรือ ชาวนาจะต้องหน้าตาเหี่ยวย่น หลังโก่งตลอดไปหรือ


