วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ร่างรธน.ปรับบทเฉพาะกาล ขยายวันทำกม. 6 ฉบับ ให้สนช.90วัน

กมธ.ร่างรธน.ปรับบทเฉพาะกาล ขยายวันทำกฎหมายสำคัญ 6 ฉบับ ให้สนช. เป็น 90 วัน ด้านกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.-ส.ว.-สรรหาส.ว.-การปฏิบัติหน้าที่ ครม. ,

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรมนูญในส่วนของบทเฉพาะกาล จำนวน 12 มาตรา โดยล่าสุดนั้นที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเสร็จในส่วนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเงื่อนไขระยะเวลาของการทำกฎหมายที่สำคัญและการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ บทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ปรับแก้ไขที่กำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับร่างกฎหมายจากกมธ.ยกร่างรับะรรมนูญ เป็นให้เสร็จภายใน 90 วันตามการปรึกษากับสนช. และสนช.กังวลว่าระยะเวลา 60 วัน อาจทำให้แล้วเสร็จไม่เพียงพอ ทั้งนี้ในช่วงการทำกฎหมายดังกล่าว ภายใน 90 วันที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังได้กำหนดกฎหมายสำคัญ เพิ่มอีก 3 ฉบับได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ, พระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และ กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่สนช. ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันด้วย เพราะถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญ 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าการดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ, การกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้งส.ส. ภายใน 90 วันนับจากที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญมีผลบังคับใช้ และ การให้ได้มาซึ่งส.ว. ภายใ 150 วัน รวมถึงระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.), คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) , สนช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นั้นยังคงเป็นไปตามบทบัญญัติเดิมที่กำหนดไว้ ขณะที่การสิ้นวาระของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มีบทเปลี่ยนแปลงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดให้พ้นวาระเมื่อสปช. ลงมติไม่เห็นชอบ หรือประชามติไม่ผ่านนั้น ไม่ถือเป็นประเด็นที่นำมาพิจารณาแก้ไข เพราะหากสปช. ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ และประชามติผ่าน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังคงปฏิบัติหน้าที่การทำกฎหมายลูกคู่กับสนช. ต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับประเด็นที่ยังต้องพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของบทเฉพาะกาล คือ ประเด็นที่ว่าด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. และการสรรหาส.ว. เพราะต้องกำหนดรายละเอียดของการลงสมัครเลือกตั้งส.ว.และเข้ารับการสรรหา ที่ต้องไม่เป็นส.ว.ที่เคยดำรงตำแหน่งมาจนครบวาระแล้ว แต่กรณีที่ส.ว. ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่เพียง 22 วัน หรือ 6 เดือนนั้น แล้วต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากการรัฐประหารนั้นเป็นประเด็นที่ไม่ได้ข้อยุติและต้องพิจารณา ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติหลักที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญด้วย ประเด็นคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว. และเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว. ด้วยเพื่อไม่ให้มีข้อความใดที่เป็นข้อขัดแย้งระหว่างกัน โดยที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะนำมาหารือกันอีกครั้งในวันที่ 10 ส.ค. นี้ รวมถึงประเด็นของกรรมการสรรหา ส.ว. ที่มีเสียงท้วงติงว่ามีกรรมการสรรหาหลายชุด และกรรมการสรรหาบางตำแหน่งมีส่วนยึดโยงกับฝ่ายการเมือง 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในบทเฉพาะกาลดังกล่าวยังได้เขียนบทบัญญัติเพิ่มเติมในกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำงาน ผลงาน แผนงานของตามที่กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ชุดที่ที่ครม. มีมติแต่งตั้งให้ดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี เช่นเดียวกับรองรับการดำเนินงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะหมดวาระหลังจากลงมติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว นำไปดำเนินการ