โฆษกตำรวจเผยลายเซ็นโอนหุ้น“เสี่ยชูวงษ์” อาจเป็นของจริง ยันยังไม่สรุปการตายเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ ญาติโร่พบผบ.ตร.ขอเปลี่ยน พงส.
จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั้ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ 48-50 แขวงหนองบอน เขตประเวศ โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับรถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีดำ หมายเลขทะเบียน ภฉ-1889 กทม.ออกจากสนามกอล์ฟไปส่งที่บ้านพัก เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งญาติได้เข้าร้องให้รื้อคดี พิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต และการโอนหุ้นจำนวนมหาศาลให้กับหญิงสาว 2 คน จำนวนมหาศาลอย่างมีพิรุธ
ล่าสุดเมื่อ เวลา 10.30 น. วันที่ 28 กรกฎาคม พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ได้ทำการสอบปากคำโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ที่โอนหุ้นแล้ว แต่ยังไม่พบข้อสงสัยอะไร ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากต้องรอหลักฐานทุกส่วนให้ครบก่อน จึงจะนำมาพิจารณาสรุปสาเหตุได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความผิดพลาดและสามารถอธิบายชี้แจงข้อสงสัยได้ทุกประเด็น ขณะเดียวกันผลการตรวจพิสูจน์ลายเซ็นในการโอนหุ้นของนายชูวงษ์นั้นคาดว่าเป็นของนายชูวงษ์จริง แต่รายละเอียดของเอกสารนั้นอาจมีปัญหาจึงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับทรัพย์สินการโอนหุ้นของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้หรือแคดดี้สาวที่รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท กับ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาว ที่รับโอนหุ้นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท และทำการโอนต่อไปให้ น.ส.ศรีธรา พรหมา ซึ่งเป็นแม่ของน.ส.อุรชา นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินที่เป็นหุ้นดังกล่าวเป็นสินสมรส ทางครอบครัวของนายชูวงษ์ก็สามารถยื่นฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกคืนได้
ด้าน พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับชุดสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ ได้สรุปว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุนั้น จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เนื่องจากต้องสอบสวนผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่างๆ ที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.ได้สั่งการให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ ซึ่งจะต้องสอบทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ รวมถึงเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกหลายส่วน หากได้ครบองค์ประกอบทั้งหมดก็จะสามารถสรุปได้ ขณะเดียวกันการทำงานในคดีดังกล่าวได้ปฏิบัติในรูปแบบของคณะทำงาน หากมีผลอย่างไรจะต้องรายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาก่อน ที่จะแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่วันนี้(28 ก.ค.) ทางครอบครัวของ นายชูวงษ์ ซึ่งเดินทางมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเวลา 11.00 น. นั้น คาดว่าจะนำเอาเอกสารเกี่ยวกับคดีมามอบให้เพิ่มเติม กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมกับจะสอบถามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวด้วย เนื่องจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ และขอเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพราะเกิดความไม่มั่นใจในความเป็นธรรม โดยทางญาตินายชูวงษ์ อ้างว่า พ.ต.อ.พลศักดิ์ ชูสมานศิริ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.อุดมสุข ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมสอบสวน สน.อุดมสุข นั้นเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน
ขณะที่ พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผกก.สส.สน.อุดมสุข กล่าวว่า ชุดสืบสวน และสอบสวน ของสน.อุดมสุข ต้องสอบสวนให้ครบทุกประเด็นตามที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้สอบเพิ่ม โดยรวมทั้งหมด 22 ประเด็น ขณะนี้ยังสอบในบางประเด็น แต่พยานหลักฐาน รวมทั้งผลตรวจต่างๆ ที่มีในตอนนี้ยังบ่งชี้ว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ซึ่งไม่มีพยานหลักฐานใดที่บ่งบอกว่าเป็นการฆาตกรรม อย่างไรก็ตามต้องดำเนินการสอบให้ครบถ้วนทุกประเด็นตามที่ผู้บังคับบัญชากำชับมา ก่อนจะรวบรวมเสนอต่อ ผบช.น. เพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องการเชิญญาติของนายชูวงษ์มาชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับ ผบช.น. จะสั่งการภายหลังได้ผลสรุปสาเหตุที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว สำหรับเรื่องข้อสงสัยเกี่ยวกับเบรกและถุงลมนิรภัยนั้น ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทั้ง พฐ. และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ว่า วันเกิดเหตุระบบเบรกทำงานปกติ เบรกยังใช้การได้ แต่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานนั้นเกิดจากการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ เนื่องจากรถมีสภาพเก่า และไม่ผ่านมาตรวจสภาพภายหลังจากซื้อต่อมาเป็นทอดๆ
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้เรียก พ.ต.ท.บรรยิน มาสอบปากคำเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยพ.ต.ท.บรรยิน ยืนยันว่า จะเข้าให้ปากคำในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) เวลา 09.30 น. โดยคาดว่า พล.ต.ท.ประวุฒิ จะเดินทางมาร่วมสอบสวนด้วย ซึ่งจะมีการสอบถามเกี่ยวกับประเด็นการโอนหุ้นของนายชูวงษ์เป็นหลัก รวมถึงความสัมพันธ์ ความสนิทสนม ระหว่าง พ.ต.ท.บรรยิน กับ นายชูวงษ์ ,น.ส.กัญฐณา และ น.ส.อุรชา อีกด้วย





