สหภาพฯ อภ. จี้สธ.-คลัง ปรับแก้ร่างพรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ ภาครัฐ ต้องเพิ่มบทเฉพาะกาลกำหนดสัดส่วนซื้อจากอภ. เหมือนข้อกำหนดสำนักนายกฯ ปี35
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ประมาณ 30 คน นำโดยนางปราณี มั่นคง ประธานสหภาพฯ เดินทางมายื่นหนังสือถึงศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) เพื่อขอให้เสนอความเห็นแก้ไขร่างพรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ..... มีนพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง รับหนังสือแทน โดยนางปราณี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบร่างพรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯที่เสนอโดยกรมบัญชีกลางเมื่อวันที่7กรกฎาคม 2558 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและได้ส่งร่างพรบ.ไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความคิดเห็น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนากรัฐมนตรี รมว.การคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลาง และคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
นางปราณี กล่าวอีกว่า การเดินทางมายื่นหนังสือถึงรมว.สธ.ในครั้งนี้จึงต้องการให้สธ.ในฐานะดูแลองค์การเภสัชกรรมให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพรบ.นี้กลับไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าขอให้นำข้อกำหนดในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 60-64 บรรจุไว้ในบทเฉพาะกาลของร่างพรบ.นี้ด้วย โดยเฉพาะในข้อ 60 ที่กำหนดว่า การซื้อยาของส่วนราชการจัดซื้อตามชื่อสามัญ(GENERIC NAME)ในบัญชียาหลักแห่งชาติตามที่คณะกรรมการแห่งชาติด้านยากำหนด โดยให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อยาดังกล่าวไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 เว้นแต่ส่วนราชการในสังกัดสธ.ให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อยาดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และข้อ 61 ที่กำหนดว่าการซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาซึ่งอภ.ผลิตออกจำหน่ายให้จัดซื้อจากอภ. โดยดำเนินการด้วยวิธีกรณีพิเศษ
“มูลค่าในการซื้อขายยาในประเทศไทยประมาณ 1 แสนล้านบาทต่อปี ในส่วนของอภ.มีการขายยาให้กับหน่วยงานภาครัฐราว 10,700 ล้านบาทต่อปี หากร่างพรบ.ตัวใหม่มีผลบังคับใช้โดยไม่มีการเพิ่มบทเฉพาะกาลตามที่สหภาพฯเสนอเข้าไป จะส่งผลให้บริษัทภาคเอกชนสามารถที่จะกำหนดราคายาที่จะขายให้หน่วยงานรัฐได้ในราคาที่สูงขึ้น จะกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชนและงบประมาณของประเทศที่จะต้องเพิ่มขึ้นในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านยา ขอยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านร่างพรบ.นี้แต่ต้องปรับแก้ให้มีความสมบูรณ์”นางปราณีกล่าว
ขอบคุณภาพ FB // สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม


