“พล.อ.ฉัตรชัย” ชี้ข่าวมั่วถูกโยกไปนั่งกระทรวงพลังงาน มั่นใจการส่งออกไทย น่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี แม้จะปรับเป้าหมายปีนี้ใหม่อีกครั้ง
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ระบุว่า โดนโยกย้ายไปนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะหากมีการปรับจำแหน่งจริง นายกรัฐมนตรี จะต้องมีการบอกกล่าวหรือหารือก่อน ซึ่งที่ผ่านมา การทำงานในกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้เดินหน้าไปตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการผลักดันส่งออก ที่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ในสัปดาห์หน้า จะมีการทบทวนเป้าหมายการส่งออกในปี 2558 ใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่ตั้งไว้ขยายตัวร้อยละ 1.2 หลังจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้เห็นสัญญาณการส่งออกในหลายประเทศยังไม่ดีขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้าเจาะตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยปลายสัปดาห์นี้ จะนำคณะเดินทางเยือนแอฟริกาใต้ เพื่อเร่งขยายมูลค่าการค้าระหว่างกัน ซึ่งมีความต้องการสินค้าไทยหลายรายการ โดยเฉพาะข้าว เป็นต้น รวมทั้งยังมีแผนเดินทางโรดโชว์อีกหลายประเทศ ที่มีความต้องการสินค้าไทย รวมทั้งขณะนี้ เงินบาทเริ่มมีสัญญาณการอ่อนค่าลง ที่อยู่ในระดับ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามที่ภาคเอกชน หลายอุตสาหกรรมต้องการเพื่อให้แข่งขันได้ แต่ในทางกลับกันอาจจะมีผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าด้วยเช่นกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ จะติดตามสถานการณ์ และทำงานใกล้ชิดกับเอกชน เพื่อไม่ให้ภาพรวมการส่งออกทั้งปีนี้ ติดลบไปมาก
ส่วนแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมาก จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน แม้ในช่วงที่ผลปาล์มเริ่มจะออกสู่ตลาดที่น้อยลง โดยมีสตอกน้ำมันในระบบของโรงสกัดในปริมาณที่มาก จึงเกรงว่าเกษตรกรจะขายผลปาล์มได้น้อยลงและได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น และในช่วงบ่ายวันนี้ ได้นำคณะมาดูโรงสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัทกรีนกลอรี่ จำกัด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อดูขั้นตอนทั้งการรับซื้อผลปาล์มและผลิตเป็นน้ำมันปาล์ม
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ค้าภายในจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ได้ติดตามการรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรในราคาที่กิโลกรัมละ 4.20 บาทเพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน หากเกษตรกรสามารถขายผลปาล์มในราคานี้ได้น่าจะทำให้เกษตรกรอยู่ได้ ดังนั้น จึงให้ส่วนราขการจะต้องดูแลปัญหาเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและเร่งหาแนวทางการป้องกันปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศให้น้อยลง หากน้ำมันปาล์มลักลอบมีปริมาณที่มากจะกระทบต่อการซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรอย่างมากได้


