วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.ยังขออำนาจแจกเหลืองแดง-ศาลฝ่ายเดียวกำจัดคนโกงไม่ทัน

"สมชัย" เผย กกต. ยังขออำนาจแจก "เหลือง-แดง" เชื่อให้ศาลฝ่ายเดียวกำจัดคนโกงไม่ทัน ติงกมธ.ยกร่างฯสอบตกปล่อยไปรบ แต่ไม่ให้อาวุธ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งที่กรรมธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญยังมองไม่เห็น ว่า มาตรการที่กมธ.ยกร่างฯกำหนดขึ้นยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาซื้อสิทธิขายเสียง เป็นการคิดในเชิงอุดมคติแต่ไม่สามารถเกิดผลในทางปฏบัติ ท้ายที่สุดการออกแบบก็จะเสียของ กกต.เห็นว่าขณะนี้อยู่ในช่วงขยายเวลา 30 วัน ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ กกต.จึงขอเสนอว่ากมธ.ยกร่างฯควรให้อำนาจในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ก่อนวันเลือกตั้งและก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแก่กกต. เพื่อเป็นมาตรการในการไล่คนที่มีหลักฐานว่าทุจริตออกจากการเลือกตั้ง ถือเป็นการตัดสิทธิชั่วคราวเพียง 1 ปี จึงไม่จำเป็นต้องเป็นอำนาจของศาล เพราะถ้าส่งไปที่ศาลก็เชื่อว่าจะไม่สามารถพิจารณาคดีได้ทันตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

  

นายสมชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่กมธ.ยกร่างฯขานรับข้อเสนอว่า หากมีกระทำการเข้าข่ายให้การเลือกตั้งไม่สุจริต แม้จะยังเชื่อมโยงไม่ถึงตัวผู้สมัคร และมีหลักฐานว่าเป็นการกระทำที่มาจากคนกลุ่มเดิมจนทำให้ต้องมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ถึง 2 ครั้ง ก็จะถือเป็นใบส้ม คือการตัดสิทธิการเลือกตั้งผู้สมัครรายนั้นเป็นเวลา 1 ปี แต่ให้ไปใส่ในกฎหมายลูกหรือพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง แต่ตนเห็นว่าหากนำมาใช้จะเกิดปัญหาในเรื่องของการตีความว่าไม่บันทึกเป็นเจตนารมณ์ไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงควรจะใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน และเชื่อว่าหากกมธ.ยกร่างฯให้อำนาจใบเหลืองแดงแก่กกต.ก่อนประกาศรับรองผล ระยะเวลาการพิจารณา 30 วันก็เชื่อว่าจะทำได้ทัน กกต.ก็จะมีการปรับกระบวนการภายใน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องพิจารณาตัวเอง ส่วนหลังประกาศรับรองผลอำนาจให้ใบเหลืองใบแดง ที่กมธ.ยกร่างฯกำหนดให้เป็นอำนาจของศาล โดยเฉพาะใบแดงที่เป็นการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

  

 “ที่กมธ.ยกร่างฯได้ข้อมูลว่าถ้าให้กกต.มีอำนาจใบเหลืองใบแดงก่อนประกาศรับรองผลจะมีการวิ่งเต้นในระดับจังหวัด จนทำให้ไม่ไว้วางใจที่จะให้อำนาจกกต. ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะสำนวนการให้ใบเหลืองแดง ในช่วงเวลาดังกล่าวจะยิงตรงถึงกกต.กลางไม่ผ่านกกต.จังหวัดที่เกรงว่าจะเรียกรับผลประโยชน์ เป็นสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้น จึงถือเป็นข้อกังวลของกมธ.ยกร่างฯบนพื้นฐานของความไม่รู้ทำให้กังวลเกินเหตุ” นายสมชัย กล่าว

  

นายสมชัย กล่าวอีกว่า รวมทั้ง ยังเรียกร้องให้กมธ.ยกร่างฯ บัญญัติว่า หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำร้องใบเหลือง ใบแดง ไว้พิจารณาให้ผู้ที่ถูกร้องซึ่งเป็น ส.ส.-ส.ว. และขอให้เพิ่มเติมถึงรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรัฐมนตรีดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกกระทำความผิดก็เป็นเรื่องคดีอาญา ซึ่งหลักการนี้เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 แต่รัฐธรรมนูญใหม่ไม่ได้บัญญัติไว้ ถ้าไม่มีบทบัญญัตินี้ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี เมื่อถูกร้องต่อศาลก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป และการให้สู้ถึง 2 ศาล คนเป็นส.ส. ส.ว. ก็ลอยนวลอยู่ในสภา คนเป็นรัฐมนตรีที่ทำผิด ก็อยู่ได้จนครบวาระถอนทุน ท่านพายเรือให้ใครนั่ง ตนว่าไม่ได้พาายเรือให้ประชาชน เพราะฉะนั้นการออกแบบแก้ไขปัญหาทุจริตจะต้องมองใบเหลืองใบแดงให้ครบทุกใบ

  

“ผมพูดมาทั้งหมด 7 ใบ แต่ท่านเขียนในรัฐธรรมนูญให้เราแค่ 3 ใบ คือ ใบเหลืองก่อนประกาศรับรองผล และเหลืองกับแดงหลังประกาศรับรองผลที่ต้องไปศาล หายไปครึ่ง 7 ข้อ ตอบได้ 3 ข้อ ถือว่าสอบตกไปลงทะเบียนใหม่ ที่พูดไม่ได้บอกให้เชื่อแต่อยากให้กมธ.ยกร่างฯไปคิดว่าจะทำอย่างไรกับกลไกเหล่านี้ถ้ามีการทุจริตก่อนการรับรองผล ถ้าส่งไปศาลแล้วศาลจะทำทันหรือไม่ ถ้าไม่ทันเขียนไปก็ไร้ประโยชน์ กมธ.ยกร่างฯจึงต้องสร้างกลไกที่ทำได้จริง” นายสมชัย กล่าว

  

เมื่อถามว่าหาก กมธ.ยกร่างฯไม่มีการแก้ไขตามข้อเสนอกกต.จะทำอย่างไร นายสมชั ยกล่าวว่า แม้ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจกกต. กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งให้สุจริตมากเท่าที่ทำได้ แต่ถ้ามีไม้กระบองก็ดีกว่าสู้ด้วยมือเปล่า อย่างไรก็ตาม เหมือนเวลาจะออกรบคนเป็นเสนาธิการต้องรู้ว่าส่งทหารไปสู้กับอะไรก็ต้องให้ยุทโธปกรณ์พอสมควร จะให้เราเป็นยักษ์ก็ต้องมีกระบอง เป็นนักรบก็ต้องมีดาบ ไม่ใช่ไปมือเปล่า ถ้าไปรบแล้วแพ้คนที่คิดวางแผนก็สมควรโดนโทษประหาร

  

นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า ที่มีอดีตกกต.ให้ความเห็นว่าอำนาจการให้ใบแดงควรเป็นของศาล เพราะที่ผ่านมา กกต.ไม่สามารถขออนุญาตตอบกลับสั้นๆว่าท่านอยู่ที่นี่มา 7 ปี สามารถช่วยให้ระบบต่างๆดีขึ้นได้ แต่ 7 ปีที่ผ่านมาท่านได้ทำอะไรอยู่ขอให้ทบทวนด้วย อีกทั้งได้มีการตกลงกันในกกต.ว่าวันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กกต.จะไม่มีการให้ความเห็นเชิงวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญอีก เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากระบวนการจัดทำประชามติที่กกต.เป็นผู้ดำเนินการนั้น จะต้องกระทำด้วยความเป็นกลาง แต่ในขณะนี้ยังถือว่ายังอยู่ในช่วงเวลาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติขอวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเกิดประโยชน์