วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.วิทย์ แนะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พุ่งเป้าสร้างชาติ

รมว.วิทย์ แนะ เปลี่ยนวิสัยทัศน์จากดันองค์กร มุ่งเป็นเลิศ มาเป็นพุ่งเป้าสร้างชาติ ชี้โจทย์ประเทศจะทำงานเชิงลึกอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป

ศูนย์ประชุมไบเทค กรุงเทพฯ – นาย พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ “โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม ครั้งที่ 1 (RRi Congress 2015) ภายใต้หัวข้อ “สร้างสรรค์งานวิจัย ตอบโจทย์อุตสาหกรรมมั่งคั่งและยั่งยืน” ว่า วันนี้นักวิจัยต้องมองภาพใหญ่ เข้าใจบริบทในการพัฒนาประเทศ นำโจทย์ประเทศมาเป็นตัวตั้ง เพราะมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ เช่น ปัญหาภัยแล้งที่ต้องการเทคโนโลยี เพื่อบรรเทาปัญหาและการคาดการณ์ การไหลเข้ามาของชาวต่างชาติ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเช่น ข้าว มัน ยาง ให้มีมูลค่าสูงขึ้น 

"องค์กรต่างๆ ต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์จาก "เราจะเป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศ" "เราเป็นองค์กรที่มีบุคลากรที่มีความสามารถสูง"ไปเป็น"เราจะเปลี่ยนเป็นองค์กรเพื่อสร้างชาติ" เพราะโจทย์ประเทศทำงานเชิงลึกด้านเดียวไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องมองภาคสังคมและเศรษฐกิจ ตอนนี้ประชาชนถามตลอดว่า เงินภาษีที่ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา จะทำให้ประเทศได้ประโยชน์อย่างไร เราจำเป็นต้องนำความเชี่ยวชาญของนักวิจัยและภาคอุตสาหกรรมมาเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างประเทศไทย เพราะประชาคมเศรษฐกิจโลกมีความต้องการสูงขึ้น มีการแข่งขันที่สูงขึ้น"ดร.พิเชฐ กล่าว 

ด้าน รศ.ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ รองผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ กล่าวว่า โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) ให้ทุนสนับสนุนการผลิตบุคลากรด้านการวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่นำโจทย์วิจัยจากภาคอุตสาหกรรมมาศึกษา พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ใช้ประโยชน์ได้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาและภาคเอกชน โครงการพวอ. ดำเนินการให้ทุนการวิจัยระยะที่ 1 พ.ศ. 2556-2563 โดยขณะนี้ให้ทุนในระดับบัณฑิตศึกษาไปแล้ว 538 ทุน ซึ่งมีนักศึกษาในระดับปริญญาเอกมีผลงานก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และนักศึกษาปริญญาโทบางส่วนเริ่มเสร็จสิ้นการศึกษาไปแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับงานงานดังกล่าว จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เพื่อติดตามความก้าวหน้าของผลงานวิจัยที่ได้รับทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม สนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งรายใหญ่และอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อย โดยภายในงาน มีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 1,000 คน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน