วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เลิศรัตน์'แจงปมกก.สรรหาสว. ไม่ใช่คนในองค์กรส่งคนเป็นสว.

"พล.อ.เลิศรัตน์"แจงปมกรรมการสรรหาส.ว.ต้องไม่ใช่คนในองค์กรเดียวกับที่ส่งคนเป็นส.ว. ด้านการสุ่มเลือกกรรมการฯ ยันง่าย-ไม่ยุ่งยาก ชี้เเหมือนการ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการปรับกระบวนการได้มาส.ว.ประเภทสรรหา จำนวน 123 คน ให้เป็นรูปแบบเดียว คือ สรรหาผ่านกรรมการสรรหา ว่า ในประเด็นกรรมการสรรหาส.ว.ที่มาจากผู้แทนองค์กรซึ่งเป็นนิติบุคคลด้านเกษตรกรรม , ด้านแรงงาน , ด้านวิชาการและศึกษา , ด้านชุมชน และด้านท้องถิ่นและท้องที่ จำนวน 30 คน โดยให้มีกรรมการสรรหาจำนวน 12 คน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้แทนองค์การเอกชน หรือกลุ่มเอ็นจีโอด้านแรงงาน , การเกษตรและผู้ทรงคุณวุฒิด้านเกษตรกรรม ด้านแรงงาน ด้านวิชาการและการศึกษา ด้านชุมชน และด้านการบริหารท้องถิ่นและท้องที่ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการสรรหาด้วยนั้น

จะมีความหมายถึงหากองค์รกรนิติบุคคลใดที่ส่งผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นส.ว. จะไม่มีสิทธิ์ส่งบุคคลเข้าคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ทั้งนี้ข้อกำหนดดังกล่าวจะมีรายละเอียดที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ให้ชัดเจนว่า องค์กรซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จะส่งผู้เข้ารับการสรรหาเป็นส.ว. ต้องมีการจัดตั้งตามกฎหมายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 - 5 ปี และมีผลงานที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับองค์การเอกชนที่จะส่งตัวแทนเข้ามาสรรหาส.ว.ต้องมีการแสดงผลงานเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันกรณีที่มีกลุ่มคนยื่นจัดตั้งเพื่อหวังผลต่อการเข้าสมัครเป็นกรรมการสรรหาหรือ ส่งผู้สมัครเข้ารับการสรรหาให่ดำรงตำแหน่งส.ว.

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการสุ่มเลือกกรรมการสรรหาในประเภทต่างๆ ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์นั้น เป็นวิธีที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก โดยวิธีการจะคล้ายกับการสุ่มเลือกผู้ที่โชคดีในการรับรางวัลที่มีจำนวนจำกัดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ขณะที่ในกระบวนการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมใน 22 ด้านนั้นการคัดเลือกจะอยู่ทีดุลยพินิจของกรรมการสรรหา ที่จะพิจารณาจากประวัติและผลงานที่ตรงตามด้านที่สมัครเข้ามา