“ราเมศ” ขอรัฐบาลตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ปมฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนำข้าว แนะต้องอยู่ภายใต้หลักกฎหมาย
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคทประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่ารัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวอยู่ภายใต้หลักกฎหมาย ใครผิดก็ว่ากันตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันและพิจารณาให้รอบคอบ รวดเร็ว ยึดหลักความจริง
นายราเมศ กล่าวว่า ส่วนที่รัฐบาลเป็นห่วงเรื่องค่าธรรมเนียมศาลอยากบอกว่าถ้าจริงใจที่จะฟ้องร้องจริง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย คือ1.กันงบประมาณบางส่วน เพื่อเสียค่าธรรมเนียมศาลเมื่อวางศาลแล้วศาลก็จะนำเงินดังกล่าวกลับคืนมาสู่คลัง 2.ถ้าสถานะเงินคงคลังของประเทศไม่สามารถนำมาเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเหมือนเช่นประชาชนที่ร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาได้
นายราเมศ กล่าวว่า 3. ขอให้ประชาชนสมทบทุนเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมศาล ขาดเท่าไหร่รัฐบาลสบทบให้ครบ และเชื่อว่าประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติจะยินยอมสบทบกับคนละห้าบาทสิบบาทแล้วแต่ความประสงค์ 4.ถ้าจะดำเนินการตามนโยบายปราบปรามการทุจริตจริงรัฐบาลก็เสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลกรณีรัฐเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดกับแผ่นดิน เชื่อว่า สนช.พิจารณาสามวาระใช้เวลาไม่นานส่วนค่าทนายความรัฐไม่ต้องเสียอยู่แล้วเพราะมีทนายแผ่นดินคือพนักงานอัยการทำหน้าที่ว่าความให้
“คดีนี้อยู่ที่รัฐบาลว่าจะทำจริงหรือไม่จริงหรือจะปากว่าตาขยิบ ประชาชนจับตามองอยู่เพราะความเสียหายที่เกิดกับประเทศเป็นจำนวนเงินมหาศาล ข้อเท็จจริงคดีนี้ยุติแล้วว่าเกิดความเสียหายขึ้นอย่างแท้จริง รัฐบาลอย่าทำตัวผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะความเสียหายก็จะเกิดกับรัฐบาลเอง เชื่อว่าอาจารย์วิษณุท่านทราบข้อกฎหมายและทางออกดีอยู่ที่ว่าจะดำเนินการปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินอย่างจริงจังหรือไม่” นายราเมศ กล่าว





