ยกฟ้อง'ชวนนท์'ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น'สุรพงษ์'ย้ายกมธ.เจบีซี

ยกฟ้อง'ชวนนท์'ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น'สุรพงษ์'ย้ายกมธ.เจบีซี

ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ยกฟ้อง “ชวนนท์” โฆษก ปชป. ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น “สุรพงษ์ อดีต รมว.ต่างประเทศ”

ห้องพิจารณา 904 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ก.ค.58 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.4990/2554 ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ มอบอำนาจให้ นายวิรัช ศรีอินทรสุทธิ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทร์โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328   

ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.54 บรรยายความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 24-25 ก.ย.54 นายชวนนท์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายสุรพงษ์ โจทก์ ซึ่งเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้ให้นายอัษฎา ชัยนาม ออกจากประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (เจบีซี) และให้นายวีรชัย พลาศรัย ออกจาก กรรมาธิการเจบีซี เพื่อประโยชน์แก่กัมพูชา ซึ่งเป็นความเท็จ และต่อมาสื่อมวลชนได้นำตีพิมพ์เผยแพร่ข่าวในวันที่ 25 ก.ย.54 การกระทำของพวกจำเลยทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย เหตุเกิดที่พรรคประชาธิปัตย์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม   

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ส.ค.57 ว่า การกระทำของ นายชวนนท์ จำเลย เป็นความผิดหมิ่นประมาทฯ ให้จำคุก2 ปี และปรับ 100,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อน เห็นควรให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ และ นสพ.คมชัดลึก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน

ต่อมา นายชวนนท์ จำเลย ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี ซึ่งศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า จำเลย เป็นโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายค้าน มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ส่วนนายสุรพงษ์ โจทก์ เป็น รมว.ต่างประเทศ มีหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่ ที่มีกรณีพิพาทไทย – กัมพูชา ดังนั้นการที่โจทก์เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลอยู่นั้น โจทก์ย่อมต้องมีการแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบ หากมีการการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการซึ่งมีหน้าที่อยู่ในช่วงที่มีกรณีพิพาทไทย – กัมพูชา 

ซึ่งการที่จำเลย ได้แถลงข่าวถึงโจทก์นั้น ก็เป็นการตั้งคำถามเชิงตรวจสอบ ตั้งข้อสงสัย และเป็นการคาดคะเนต่อการกระทำหน้าที่ของโจทก์ ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ ไม่ได้เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้ทำประเทศชาติเสียหาย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น จึงพิพากษากลับยกฟ้อง 

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายชวนนท์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณศาลอุทธรณ์ที่มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องในทุกกรณี การตรวจสอบของตนไม่ได้กระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อพรรคแต่อย่างใด แต่เป็นการตรวจสอบผลประโยชน์ของแผ่นดิน ย่อมไม่เข้าข่ายของการหมิ่นประมาท แต่ก็ยังไม่ทราบว่าฝ่ายโจทก์จะยื่นฎีกาอีกหรือไม่ ซึ่งศาลยังได้เน้นย้ำว่าการตรวจสอบของตน หวังจะได้รับคำตอบจากนายสุรพงษ์ ผู้มีอำนาจซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น ให้มีการอธิบายเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงบุคคลออกจากตำแหน่ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานอกจากจะไม่ได้รับการให้คำตอบอย่างถูกต้องแล้ว ยังมีการฟ้องร้องตนกลับเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม ถือเป็นบรรทัดฐานของนักการเมืองต่อไปไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน