วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญาติพร้อมทนาย'ชูวงษ์'หอบหลักฐานเพิ่มเอาผิด

ญาติพร้อมทนาย"ชูวงษ์"หอบหลักฐานแจ้งกองปราบเพิ่มเอาผิดผู้เกี่ยวข้องโอนหุ้น

นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาว พร้อมด้วย นายกันต์ แซ่ตั๊ง อายุ 22 ปี ลูกชายของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และ นายอเนก คำชุ่ม ทนายความ นำเอกสารหลักฐานธุรกรรมการโอนหุ้นเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้ที่เกี่ยวข้องและมีส่วนรู้เห็นการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ให้กับบุคคลที่ 3 โดยไม่ชอบ ภายหลังจากทางญาติและครอบครัวพบความผิดปกติบางอย่างในการทำธุรกรรมดังกล่าว 

นายอเนก กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามในวันนี้(17 ก.ค.) ก็เพื่อต้องการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ให้กับบุคคลที่ 3 หลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีตรวจสอบเกี่ยวกับการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 228 ล้านบาทไปแล้ว ซึ่งในครั้งนี้ก็จะเป็นการแจ้งความเพิ่มเติมในส่วนของโอนหุ้นหลักทรัพย์จำนวน 3 รายการมูลค่า 40 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการโอนไปยังสุภาพสตรี 2 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องจากครอบครัวของนายชูวงษ์ ได้ตรวจสอบเอกสารการโอนหุ้นบางส่วนแล้ว พบว่า ไม่ใช่ลายเซ็นต์ของนายชูวงษ์แน่นอน ส่วนจะเป็นลายเซ็นต์ปลอม หรือใครเป็นคนเซ็นต์ใครนั้น คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจพิสูจน์ 

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นที่กล่าวมานั้นคือใคร นายเอนก กล่าวว่า ในส่วนของรายชื่อกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นตนขอไม่เปิดเผย แต่เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่า 1 คน ส่วนเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์และอดีต รมช.พาณิชย์ หรือไม่ อีกทั้งเมื่อวานนี้(16 ก.ค.) พ.ต.ท.บรรยิน ก็ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้น ในส่วนนี้ก็ถือเป็นสิทธิ์ของ พ.ต.ท.บรรยิน ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนคงตอบไม่ได้ ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงจากหลักฐานเอกสารต่างๆทั้งหมด 

“ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างคุณชูวงษ์ กับ พ.ต.ท.บรรยิน เท่าที่ตรวจสอบทราบว่า เคยมีการร่วมลงทุนซื้อที่ดินที่จังหวัดนครสวรรค์ มูลค่าประมาณ 80-90 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อร่วมกันในอัตราส่วน 60-40 โดยใส่ชื่อภรรยาของคุณชูวงษ์เป็นผู้ถือครองโฉนดดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการร่วมลงทุนซื้อที่ดินจังหวัดพิษณุโลกอีก 1 แห่ง โดยคุณชูวงษ์ได้ทำการวางเงินมัดจำไปแล้วจำนวน 5 ล้านบาท แต่ต่อมาทางญาติและครอบครัวไม่เห็นด้วยกับการลงทุนในที่ดินผืนนี้ จึงได้พยามถอนเงินมัดจำกลับคืนมา ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่ได้มีการพิพาทเกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่คุณชูวงษ์ไปรับเหมาก่อสร้างบ้านให้กับ พ.ต.ท.บรรยิน นั้น ตอนนี้ก็ได้มีการยุติการดำเนินการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทาง พ.ต.ท.บรรยิน ได้ขอเปลี่ยนผู้รับเหมารายใหม่ดำเนินการสร้างบ้านให้แทนแล้ว” นายเอนกกล่าว 

นายเอนก กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีสาเหตุการเสียขีวิตของนายชูวงษ์และความคืบหน้าเรื่องการดำเนินอาญา ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจชันสูตรศพจากทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งในส่วนนี้เองคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข เป็นผู้ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางครอบครัวของนายชูวงษ์ก็ไม่เคยพูดหรือระบุว่าการเสียชีวติของนายชูวงษ์เกิดจากการฆาตรกรรมเพียงแค่ตั้งข้อสงสัยและอยากให้มีการพิสูจน์ทราบผลการเสียชีวิตออกมาเป็นที่กระจ่างชัดเท่านั้น ขณะที่ในส่วนของโบรกเกอร์เบื้องต้นทราบจากทางพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามว่ามีการเชิญตัวมาสอบปากคำแล้ว 1 ราย โดยในส่วนของรายละเอียดขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ เช่นเดียวกับในส่วนของเจ้าหน้าที่ พฐ.ที่ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเพิ่มเติมนั้น ก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พฐ.ดำเนินการต่อไป