“ป.ป.ช.” เปิดบัญชีทรัพย์สิน อดีตครม.ยิ่งลักษณ์ พบ “จารุพงศ์” ไม่ยื่น ส่อโดนศาลฎีกาฯ นักการเมืองฟัน ฐานจงใจ
สำนักงานป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์และหนี้สินในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีพ้นจากตำแหน่ง ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2558 และ เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์และหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี วันที่ 23 พ.ค.2558
โดย นายธวัชชัย ศิริสธนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯดังกล่าว โดยเป็นการแสดงบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯของรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จำนวน25ราย28ตำแหน่ง แต่วันนี้มีการยื่นมา 24 ราย 27 ตำแหน่ง โดยผู้ที่ยังไม่ยื่น คือ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ อดีตรมว.มหาดไทย ส่วนการแสดงบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯของสมาชิกวุฒิสภาที่สรรหาเข้ามา150ราย และได้มีการยื่นเข้ามาครบ 150 ราย
นายธวัชชัย กล่าวว่า สำหรับรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน มากที่สุดคือนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน จำนวน 2,933,879,338 บาท ส่วนรัฐมนตรีที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุด คือ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรมช.คลัง โดยมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินจำนวน 1,430,867 บาท
นายธวัชชัย กล่าวว่า สำหรับสมาชิกวุฒิสภาที่มีทรัพย์สินมากที่สุด คือ นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ส.ว.สรรหา โดยมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน จำนวน 1,318,776,005 บาท ส่วนส.ว.ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ นายวิริยะ ทองผา ส.ว.มุกดาหาร โดยมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 3,407 บาท
นายธวัชชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประมาณ 54 ล้านบาทเศษ ส่วนรัฐมนตรีที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น หรือลดลงน้อยที่สุด คือ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยมีทรัพย์สินลดลง จำนวน 151 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในส่วนของนายชัชชาติ ที่เพิ่มขึ้นนั้นทางสำนักฯ ยังไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดว่า มีที่มาจากจากเหตุผลใด การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ เป็นการเทียบจากบัญชีทรัพย์สินเมื่อกรณีครั้งเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี ส่วนรายละเอียดว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในส่วนใดบ้างนั้นก็จะได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยต้องดูว่าส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นมีความสัมพันธ์กับรายได้หรือไม่ และได้ทรัพย์สินมาด้วยเหตุใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนต่างของทรัพย์สิน นายชัชชาติ ที่มากขนาดนี้เป็นไปได้ว่าจะมาจากส่วนใด นายธวัชชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่แน่ชัด อาทิ อาจจะเป็นการขายที่ดิน ซึ่งต้องตรวจให้แน่ชัดก่อน เพราะบางครั้งทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มาจากการขายทรัพย์สินเดิมจึงทำให้ได้เงินมา ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป
นายธวัชชัย กล่าวว่า ส่วนนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรมว.มหาดไทยซึ่งขณะนี้หลบหนีอยู่ต่างประเทศนั้นทางสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบจะได้ส่งหนังสือไปตามฐานที่อยู่ของนายจารุพงษ์เพื่อให้เจ้าตัวได้ชี้แจงผลของการไม่ยื่นบัญชี โดยจะมีหนังสือทยอยไปทั้งหมด3ฉบับตามระยะเวลาที่กำหนด คือ 30 วัน 15 วัน และ 15 วัน รวมระยะเวลาประมาณ2เดือน หากนายจารุพงษ์ยังไม่ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด หลังจากมีหนังสือครบทั้ง 3 ฉบับแล้วเราจะนำเรื่องเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.ให้พิจารณาว่า นายจารุพงษ์จงใจไม่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวหรือไม่ หากคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อให้ศาลได้พิพากษาต่อไป ซึ่งหากมีความผิดจริงนั้นโทษคือ ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี จำคุก ไม่เกิด 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท





